'กะเทยไทย' ไม่เชียร์-ไม่ไล่ 'ขอสิทธิ'
Last Updated on Saturday, 12 June 2010 Written by Administrator Sunday, 25 April 2010
'กะเทยไทย' ไม่เชียร์-ไม่ไล่ 'ขอสิทธิ'เมือง ไทยยุคปัจจุบันเป็นยุคแห่ง "สี" จาก "สีเหลือง" ต่อเนื่องด้วย "สีแดง" ซึ่งแทรกด้วย "สีน้ำเงิน"ในบางเหตุการณ์ ขณะเดียวกัน "สีกากี-สีขี้ม้า" ก็ต้องออกมากันเกลื่อน และยังมี "สีขาว"ออกมาเคลื่อนไหวขอสันติ หรือแม้แต่สื่อมวลชนก็ยังต้องพึ่งสัญลักษณ์ปลอกแขน "สีเขียว"ในการทำงานกลางม็อบ
เพราะเรื่องทางการเมือง...ในเมืองไทยจึงเกิดยุคหลากสีส่วนเรื่อง "สิทธิมนุษยชน" นั้น...ชาว "สีม่วง" ขอแจมทั้งนี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการจัดงานแถลงข่าวเรื่อง "สื่อมวลชนมีส่วนหนุนเสริมสิทธิมนุษยชนของกะเทย"ซึ่งผู้ประสานงานมูลนิธิ สร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง (สคส.) ณัฐยา บุญภักดีระบุว่า... จุดประสงค์ของการจัดการแถลงข่าวครั้งนี้ก็เพื่อต้องการที่จะนำเสนอสิ่งที่ เปรมปรีดา ปราโมช ณ อยุธยาผู้จัดการ โครงการกะเทยไทย : สื่อ, สุขภาพ, สิทธิ และวิถีชีวิตสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ทำการรวบรวมมานำเสนอ
"และอยากให้สื่อได้รับทราบว่า กะเทยทั่วประเทศไทยมองการนำเสนอเกี่ยวกับกะเทยของสื่ออย่างไร เช่น ถ้านำเสนอในด้านดีมีผลกระทบต่อชีวิตอย่างไร ถ้านำเสนอในด้านลบ ชีวิตของพวกเขาจะกระทบอย่างไร"
ผู้ประสานงานมูลนิธิ สคส. ระบุอีกว่า... สิ่งที่ทางโครงการกะเทยไทยฯสะท้อนนั้น เป็นเรื่องของบทบาทในการนำเสนอเรื่อง"กะเทย"คนทำสื่อต่าง ๆ ทั่วไปจะมองกะเทยด้วยความเข้าใจอย่างหนึ่ง
เช่น... มองแค่ว่ากะเทยคือผู้ชายที่อยากเป็นผู้หญิง, มองว่า กะเทยคิดแต่เรื่องสวยเรื่องงาม, มองว่ากะเทยชอบมี เพศสัมพันธ์กับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง หรือมองว่ากะเทยทำงานเป็นไม่กี่อาชีพ เช่น ช่างแต่งหน้า ช่างทำผม ช่างตัดเสื้อผ้า ซึ่งจริง ๆ แล้ว สื่อควรจะนำเสนอ "บทบาทของกะเทย"ให้หลากหลายมากกว่านี้ "โครงการนี้ทำให้เราเข้าใจกะเทยมากขึ้นในฐานะที่เป็นมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ใช่พวกที่รักสวยรักงามเพียงอย่างเดียว แต่เป็นคนที่มีชีวิตจิตใจ มีความฝัน มีความหวัง เฉกเช่นคนทั่วไป และกะเทยก็ทำอาชีพที่หลากหลายมากมาย บางคนทำงานในองค์กรระหว่างประเทศ"...ณัฐยาระบุขณะที่ เปรมปรีดา ปราโมช ณ อยุธยาผู้จัดการโครงการกะเทยไทย : สื่อ, สุขภาพ, สิทธิ และวิถีชีวิต สสส. บอกว่า... จากการเก็บข้อมูลจากกะเทยในกรุงเทพฯ, เชียงใหม่, พัทยา และภูเก็ตในหัวข้อ "เสียงจากชุมชนกะเทย : ภาพลักษณ์กะเทยผ่านสื่อ"ได้มีเสียงสะท้อนของกะเทยออกมาใน 5 เรื่อง
อาทิ... ภาพกะเทยที่ถูกรายงาน พูดถึง หรือแม้แต่นำเสนอในละคร ภาพยนตร์ ซึ่งจะออกมาในรูปแบบของตลกโปกฮา กรี๊ดกร๊าดกร้านโลก เชี่ยวชาญในเรื่องเพศ ทำงานได้ไม่กี่อาชีพ เช่น ช่างแต่งหน้า นางโชว์ ช่างเสริมสวย ฯลฯ หรือภาพลักษณ์เฉพาะเจาะจงที่ผ่านการผลิตซ้ำของสื่อ ซึ่งจะออกมาในลักษณะตลก สวย แปลกหรือภาษาที่ใช้ในสื่อเชิงข่าวจะออกมาในลักษณะต่าง ๆ อาทิ ถั่วดำ,ตุ๋ย, แต๋วดับ ฯลฯ
รวมไปถึงวลีต่างๆอาทิ "เกลียดตุ๊ด" "ว้าย ๆ นั่นไอ้ประเทืองนี่หว่า"และนอกจากนี้ยังรวมถึงประเด็นความหลากหลายในการนำ เสนอตัวตนและภาพลักษณ์ของกะเทยในรายการโทรทัศน์บางรายการอาทิ รายการทอล์กโชว์ที่เชิญมิสทิฟฟานี่มาพูดคุยแต่เรื่องการผ่าตัด"แปลงเพศ"หรือ วิธี "ปกปิดอวัยวะเพศ""บางสื่อก็มักมองว่ากะเทยโรคจิต, ชั่วร้าย หรือเสี้ยมให้กะเทยตีกันเอง ซึ่งน่าจะนำเสนอให้มีการมองกะเทยอย่างเห็นใจเพื่อที่จะทำให้สังคมทั่วไปเข้า ใจกะเทย หรือไม่นำเสนอให้ภาพของกะเทยดูต่ำ เช่น กะเทยมีอาชีพจับกัง มีสามีขี้เมา หรือนำเสนอว่ากะเทยมีทางเลือกให้ชีวิตมากกว่านี้ ไม่ใช่แค่ต้องประกวด หรือกะเทยก็มีหลายแบบ อาทิ กะเทยผมสั้น, กะเทยผมยาว หรือเกย์"
ผู้จัดการโครงการกะเทยไทยฯบอกอีกว่า... อยากให้สื่อนำเสนอประเด็นอื่นของกะเทยบ้าง เช่นความสุขของกะเทย การต่อสู้กับปัญหาสังคมที่ยัดเยียด-ปัญหาในตนเอง ความคาดหวังหรือความภาคภูมิใจในตนเอง
"จะมีใครรู้บ้างว่ากะเทยต้องประสบปัญหาจากทัศนคติที่ไม่ดีจากสังคม อาทิ ถูกตำรวจรีดไถ, ถูกจำกัด สิทธิบางประการ เช่นถูกห้ามไม่ให้เข้าไปในบางสถานที่, ประสบอุปสรรคในการประกอบอาชีพ, ชีวิตใน โรงเรียน, ครู, การให้คำ ปรึกษา และการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ถูกข่มขืน"...เปรมปรีดากล่าวด้าน รศ.ดร.เสรี วงษ์มณฑาในฐานะนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน กล่าวว่า... อยากให้สื่อนำเสนอภาพของกะเทยทั้งด้านบวกและด้านลบ เช่นเดียวกับกรณีของชาย-หญิงทั่วไป เพราะด้านดีของกะเทยนั้นสื่อไม่ค่อยสนับสนุน ซึ่งคิดว่าคงไม่ได้รังเกียจกะเทย แต่ไม่กล้าที่จะสนับสนุนหรือส่งเสริมภาพของกะเทยในแง่ที่ดี
"ภาพที่ออกมามักเป็นภาพกะเทยที่เลว แย่ ห่วย หรือในละครก็จะเป็นภาพที่กะเทยน่าถีบ น่าถอง หรือถ้าเป็นตัวตลกที่เป็นกะเทยก็จะแต่งตัวน่าเกลียด ๆ ทั้ง ๆ ที่กะเทยนั้นรักสวยรักงาม"...รศ.ดร.เสรีระบุ
ก็เป็นเรื่องราวของชาว "สีม่วง" ที่เกี่ยวข้องกับ "สื่อ"ที่ไม่เกี่ยวกับเสียงเหน็บแนมเรื่อง "หอยม่วง" นะ !!!
ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
อัพเดทเนื้อหาโดย : ณัฏฐ์ ตุ้มภู่
อ้างอิงข้อมูล และภาพประกอบจาก http://www.thaihealth.or.th/node/14849



