ความเป็นพ่อบนวิถีชีวิตทางเพศที่หลากหลาย
Last Updated on Monday, 05 December 2011 Written by Administrator Monday, 05 December 2011
มติชนรายวัน: สองคนในร่างเดียว เป็นชายค่อนชีวิต ขออีกครึ่งชีวิตเป็นหญิง

กว่าจะพบ "ตัวตนที่แท้จริง" ก็ค้นหามาทั้งชีวิต
ดังชีวิตของ "เริง" เขาผ่านชีวิตการแต่งงานมาทั้งหมด 2 ครั้ง มีลูก 3 คน แต่หลังจากมะเร็งได้คร่าชีวิตภรรยาคนที่สองให้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ ในวัย 56 ปี เขาตัดสินใจ "ทิ้ง" ความเป็น "ชาย" เปลี่ยนมาเป็น "ผู้หญิง" ทั้งร่างกายและจิตใจ
ทั้งที่ตั้งแต่เด็กจนโต เริง "วิ่งหนี" ความรู้สึกที่รู้ว่าตัวเองเป็นผู้หญิงมาตลอดชีวิต!
เริง หรือ เริงจิรา จุลละสุขุม อายุ 57 ปี เล่าว่า ในวัยเด็กไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองว่าเป็นอะไร รู้แต่ว่าชอบของสวยๆ งามๆ โดยเฉพาะชอบแอบเอาเครื่องสำอางของแม่มาแต่งหน้าตัวเองเล่นคนเดียว แล้วซ่อนความเป็นผู้หญิงไว้ลึกสุดใจ เมื่อออกจากโลกส่วนตัว จะเป็นเด็กผู้ชายหน้าตาดี เรียบร้อย และเรียนเก่ง
"ตอนอยู่ ป.5 มีเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งทำตัวกระตุ้งกระติ้งมาก เห็นแล้วรับไม่ได้ เลยบอกกับตัวเองว่าจะไม่เป็นอย่างนั้นเด็ดขาด"
กระทั่ง ก้าวเข้าสู่วัยหนุ่ม เริงเอ็นทรานซ์ติดคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดัง เขาก็เหมือนกับเด็กหนุ่มทั่วไปที่อยากมีความรัก และด้วยรูปลักษณ์เป็นผู้ชายหน้าหวาน ไว้ผมยาว เป็นนักดนตรีเล่นกีตาร์ จึงมีสาวๆ เข้ามาในชีวิตมากหน้าหลายตา
หลังจากเรียนจบ เริงเข้ารับราชการทหารเรือ พร้อมๆ กับที่เขาแต่งงานกับภรรยาคนแรก แต่ชีวิตคู่ก็ต้องอับปางลงหลังจากที่ลูกสาวคนแรกลืมตาดูโลกได้ไม่กี่เดือน ด้วยจิตส่วนลึกที่โหยหาความรักจากผู้หญิงตลอดเวลา เริงแต่งงานใหม่อีกครั้ง และมีลูกกับภรรยาใหม่อีก 2 คน
แต่การแต่งงานครั้งนี้ ไม่เหมือนครั้งเก่า เริงตัดสินใจเปิดอกบอกความจริงและขอภรรยาแต่งตัวเป็นผู้หญิงในยามที่หัวใจมันเรียกร้อง
" แฟนเข้าใจมาก และรับได้ มันเป็นความเข้าใจอย่างลึกซึ้งที่ไม่เกี่ยวกับเพศหญิงเพศชาย บางครั้งเขาก็ร่วมมือด้วย พอเราแต่งเป็นหญิง เขาก็จะเป็นชาย คือเขาจะเป็นสาวห้าวมีอารมณ์เป็นทอมอยู่ในตัวนิดๆ แต่เราก็จะไม่ค่อยแต่งให้เขาเห็นบ่อยนักหรอก จะแอบแต่งเวลาอยู่คนเดียวมากกว่า เพราะความจริง เราก็ยังเป็นสามีเขาอยู่"
กระทั่ง ภรรยาเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง เมื่อสูญเสียหญิงอันเป็นที่รัก ประกอบกับความรู้สึกอยากเป็นผู้หญิงมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เริงครองตัวเป็นโสดตั้งแต่อายุ 47 ปี และกลัวลูกจะรับพ่อไม่ได้ เขาย้ายออกจากบ้านมาอาศัยอยู่คอนโดฯคนเดียวแล้วเริ่มรับประทานยาฮอร์โมน ใช้ชีวิตเหมือนมี "2 คนในร่างเดียว" เมื่อออกสังคมจะเป็น "เริง ผู้ชายมาดแมน" แต่เมื่ออยู่คนเดียวจะเป็น "เริงจิรา ผู้หญิงนุ่มนวลอ่อนโยน"
"ใจหนึ่งอยากเป็นผู้หญิงมาก แต่อีกใจหนึ่งก็ต่อต้าน รับไม่ได้กับคำว่ากะเทย!" เริงระบาย
กระนั้น เขาก็หนีตัวตนที่แท้จริงของตัวเองไม่พ้น เพราะยิ่งนับวัน ความเป็นผู้หญิงในตัวยิ่งออกมากขึ้น โดยเฉพาะเวลาเครียดกับปัญหาชีวิต เริงจะแต่งตัวเป็น "ผู้หญิง" เพื่อบำบัดความเครียด
ทว่า..ความเครียดก็ไม่จางหายไป เริงอาการหนักถึงขั้นต้องพบจิตแพทย์
"หมอวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้า เป็นคนขัดแย้งในตัวเอง เป็นชายก็ไม่ใช่ หญิงก็ไม่เชิง"
7 เดือนที่เข้ารับการบำบัด สภาพจิตใจไม่ดีขึ้น หากสภาพร่างกายกลับเปลี่ยนแปลง!
" จู่ๆ ก็มีหน้าอกขึ้นมา เอวคอด ลูกกระเดือกหายไป โหนกแก้มเปลี่ยน คางเปลี่ยน รูปร่างเปลี่ยนเป็นผู้หญิง มันเกิดขึ้นเอง โดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากกินยาฮอร์โมน"
เป็นความเปลี่ยนแปลงที่ทำให้แพทย์สรุปว่า เริงมีจิตใจเป็นผู้หญิง แต่ฝืนตัวเองไม่ยอมรับความจริง จึงเครียด
เหมือนเกิดใหม่! เริงฉลองวันเกิดครบ 56 ปี ด้วยรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนเป็น "ผู้หญิงทั้งร่างกายและจิตใจ"
" ยิ่งกว่าถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 เป็นของขวัญชิ้นพิเศษสุด เพราะฝืนตัวเองมาตลอดชีวิต แต่เหมือนสวรรค์ประทานพร รูปร่างที่เปลี่ยนเหมือนผู้หญิงมาก! ไปไหนก็มีแต่คนทักว่าเป็นผู้หญิง ตรงนี้ทำให้ยอมรับด้วยความเต็มใจ มีความสุขมาก"
เริงจิราเปิดเผยตัวเองต่อสังคม เพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง แม้กระทั่งลูก
" เพื่อนฝูง ญาติพี่น้องตกใจมาก มีทั้งคนรับได้ และรับไม่ได้ คนที่รับได้ส่วนใหญ่บอกว่า เป็นผู้หญิงดีกว่าตอนเป็นผู้ชายเยอะ เพราะมีความสุขไม่อมทุกข์ ส่วนคนที่รับไม่ได้ ดิฉันว่าเป็นเรื่องนานาจิตตัง"
สามคนที่เธอแคร์คือ "ลูก"
"ก่อนจะเปลี่ยน ก็พูดเกริ่นกับเขาไว้ว่าพ่ออยากเป็นผู้หญิง แต่ไม่ได้แสดงอาการให้เห็น หลังจากนั้น ก็พาเขาไปหาจิตแพทย์ให้หมออธิบาย เขาก็ยอมรับได้"
แต่การทำให้ลูกยอมรับจากใจจริงนั้น ไม่ใช่แค่คำพูด หากเริงจิรา "ทำ" ให้ลูกรู้ว่า แม้ร่างกายและจิตใจของพ่อจะเปลี่ยนเป็นผู้หญิง แต่ "จิตวิญญาณ" ความเป็นพ่อไม่เคยเปลี่ยนแปลง
"หลายคนพอเปลี่ยนก็ให้ลูกเรียกตัวเอง ว่าป้า แต่ดิฉันบอกลูกว่า เวลาไปไหนก็ให้แนะนำว่าเป็นพ่อ ให้เรียกพ่อเหมือนเดิม ปฏิบัติต่อเขาเหมือนเดิม ปกป้องคุ้มครอง เป็นที่พึ่งให้เขาในทุกๆ เรื่องเหมือนเดิม แม้ในบั้นปลาย ดิฉันจะเป็นผู้หญิงเต็มตัวไม่กลับไปเป็นผู้ชายอีก แต่ดิฉันก็จะเป็นพ่อตลอดไป"
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01lad01061151§ionid=0115&day=2008-11-06
วันที่ 06 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11198 มติชนรายวัน



