ศาลมาเลย์ปฏิเสธคำร้องสาวข้ามเพศขอเปลี่ยนเป็นนางสาว
Last Updated on Tuesday, 19 July 2011 Written by Administrator Tuesday, 19 July 2011
![]() |
สาวประเภทสองที่ผ่าตัดแปลงเพศ หรือสาวข้ามเพศรายหนึ่งของมาเลเซีย ถูกศาลปฏิเสธคำร้องขอเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ โดยให้เหตุผลว่าเพศของบุคคลควรถูกกำหนดจากเพศที่แท้จริงเมื่อถือกำเนิด
| Admin ThaiTGA: สิทธิในการกำหนดเจตจำนงความเป็นเพศ เป็นสิทธิติดตัวมาโดยกำเนิด ไม่สามารถพรากจากหรือโอนถ่ายได้ ซึ่งถูกรับรองในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชน รัฐควรให้การรับรองสิทธิเมื่อพลเมืองได้เลือกวิถีชีวตทางเพศของตนเอง โดยไม่ยึดติดอยู่ที่อวัยวะเพศเป็นสำคัญ |
ศาลสูงรัฐตรังกานู ทางภาคตะวันออกของมาเลเซีย มีคำวินิจฉัยให้ยกคำร้องขอเปลี่ยนชื่อของ นายอัชราฟ โดยให้เหตุผลว่า ตามขอบเขตอำนาจตามกฎหมาย ศาลไม่มีสิทธิ์ที่จะทำเช่นนั้น และเพศของบุคคลถูกกำหนดจากเพศแท้จริงตามกำเนิด มิใช่จากการผ่าตัดศัลยกรรม ดังนั้น นายอัชราฟ อาซิส จึงไม่สามารถเปลี่ยนชื่อที่ระบุในบัตรประจำตัวประชาชนได้
นายฮอร์ลีย์ ไอแซคส์ ทนายความ เผยว่า รู้สึกเป็นห่วงนายอัชราฟ อาซิส ที่จะต้องเผชิญกับความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวัน พร้อมเผยว่า ลูกความของเขาเกิดมาพร้อมกับอวัยวะเพศขนาดเล็กผิดปกติ จึงเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศอย่างสมบูรณ์ในประเทศไทยเมื่อปี 2008 ซึ่งครอบครัวของ นายอัชราฟ อาซิส สนับสนุนให้เขายื่นคำร้องขอเปลี่ยนชื่อบนบัตรประชาชนไปเป็นชื่อ อลีชยา ฟาร์ฮานา
การผ่าตัดแปลงเพศเป็นสิ่งที่สามารถทำได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายของมาเลเซีย ขณะที่การเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อยังประสบอุปสรรคทางกฎหมายหลายประการ นายไอแซคส์ ระบุว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีผู้ผ่าตัดแปลงเพศยื่นคำร้องขอเปลี่ยนชื่อ 2 คน แต่มีผู้ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อเพียงคนเดียวในปี 2005
ทั้งนี้ มีรายงานว่า ผู้ผ่านการผ่าตัดแปลงเพศ และบุคคลข้ามเพศในมาเลเซียมีจำนวนราว 50,000 คน ซึ่งมักเผชิญปัญหาการเลือกปฏิบัติ และจำนวนมากถูกบังคับให้ต้องหาเลี้ยงชีพด้วยการขายบริการทางเพศ เพราะไม่สามารถหางานอื่นทำได้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1311063472&grpid=03&catid&subcatid




