แปลงเพศใช้น.ส. หมอแท้จริงในบทบาทกรรมการสิทธิฯเผยจะเร่งผลักดันกฎหมาย
Last Updated on Wednesday, 25 May 2011 Written by Administrator Wednesday, 25 May 2011
‘แปลงเพศ’ใช้น.ส. ‘หมอแท้จริง’ในบทบาทกรรมการสิทธิฯเผยจะเร่งผลักดันกฎหมาย25 พฤษภาคม 2554
ไทยโพสต์
บทบาทใหม่ "หมอแท้จริง" ในฐานะกรรมสิทธิฯ ชูธงยุทธศาสตร์ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเกย์ กะเทย ทอม ดี้ ให้เท่าเทียมกับคนทั่วไป เผยจะเริ่มผลักดันแก้ไขกฎหมายให้ชายแปลงเพศเปลี่ยนคำนำหน้านามเป็น น.ส.ได้ และกลุ่มชายรักชาย หญิงรักหญิงแต่งงานได้ วอนสังคมไทยเปิดใจกว้าง ทำความเข้าใจเรื่องเพศสภาวะให้มากขึ้น
เมื่อ 24 พฤษภาคม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีการจัดเวทีเสวนาเรื่อง "ชีวิตที่ถูกละเมิด เรื่องเล่า กะเทย ทอม ดี้ หญิงรักหญิง ชายรักชาย และกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ" โดยมีการเปิดเผยเรื่องราวของคนที่มีความหลากหลายทางเพศถูกละเมิดสิทธิในด้านต่างๆ ทั้งด้านการศึกษา การประกอบอาชีพและการดำเนินชีวิตในสังคม เพื่อกระตุ้นให้สังคมไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งส่งเสริมคุ้มครองหลักสิทธิมนุษยชนของกลุ่มบุคคลเหล่านี้อย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกับเพศชายและหญิง
น.ส.นัยนา สุภาพึ่ง ผู้อำนวยการมูลนิธิธีรนาถ กาญจนอักษร ผู้จัดงานเสวนาครั้งนี้ กล่าวว่า กฎหมายในปัจจุบันให้สิทธิเฉพาะเพศชายและหญิงเท่านั้น แต่มองข้ามกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ทำให้ไม่มีที่ยืนในสังคมไทยและไม่มีสิทธิได้เหมือนคนทั่วไป เวทีเสวนาได้นำผู้ที่มีประสบการณ์ตรงมาเปิดเผย เช่น คู่ชีวิตทอม ดี้ ถูกปฏิเสธไม่รับพิจารณาสินเชื่อ สาวประเภทสองถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองปฏิเสธห้ามเข้าประเทศ เพราะหนังสือเดินทางระบุว่าเป็นชาย เกย์ถูกบริษัทประกันชีวิตปฏิเสธไม่รับทำสัญญาประกัน ระบุให้คู่ชีวิตเป็นผู้รับสิทธิประโยชน์
ผู้ป่วยสาวประเภทสองถูกแพทย์จัดให้นอนพักในหอผู้ป่วยชาย กะเทยถูกระบุในเอกสาร สด.43 ว่าเป็นโรคจิตถาวร นักศึกษาทอมถูกอาจารย์ปฏิเสธไม่ตรวจรายงาน ไม่ให้คะแนน เพราะแต่งกายตามเพศที่ต้องการและเผชิญความยากลำบากในการสมัครงาน ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร และกะเทยสูญเสียเงินฝาก เพราะธนาคารไม่รับการแจ้งอายัดบัตรเอทีเอ็ม โดยอ้างว่าเสียงพูดเป็นผู้หญิง แต่เอกสารประจำตัวระบุเป็นชาย เป็นต้น
"ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ต้องได้รับการแก้ไขทั้งในระดับความรู้ความเข้าใจและทัศนคติของคนในสังคมไทย และระดับกฎหมายให้มีผลบังคับใช้ ขณะนี้เครือข่ายความหลากหลายทางเพศกำลังเร่งขับเคลื่อนเรื่องเหล่านี้ให้ได้รับการปรับปรุงแก้ไข ล่าสุดเรื่องเอกสาร สด.43 ทางกระทรวงกลาโหมเปลี่ยนจากคำว่าโรคจิตถาวร เป็นคำว่าภาวะเพศสภาพที่ไม่ตรงกับเพศกำเนิด โดยจะออกประกาศในกฎกระทรวงและมีผลบังคับใช้ในการเกณฑ์ทหารปี 2555" น.ส.นัยนาเผย
นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวในเวทีเสวนาว่า จะนำปัญหากลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศเข้ามาอยู่ในยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน เพราะตนมีความสนใจเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว โดยจะเปิดพื้นที่รับเรื่องร้องเรียนโดยตรง และจัดเวทีประชุมเพื่อเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงหรือทวงถามความคืบหน้าในการแก้ไข ตนเห็นว่าปัญหาของคนกลุ่มนี้คือ ความทุกข์ของประชาชนคนไทยที่มีสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ควรได้รับการเลือกปฏิบัติจากในสถานศึกษา ที่ทำงานและสถานที่ราชการ เป็นต้น
"จากปัญหาของกลุ่มคนเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า สังคมไทยขาดความรู้ความเข้าในในเรื่องอัตลักษณ์ทางเพศหรือสภาวะทางเพศ ผู้ที่เกิดมาแล้วมีสิทธิที่จะเลือกเป็นเพศใดก็ได้ และมีสิทธิที่จะใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไปได้อย่างเท่าเทียมกัน ปัญหาพวกเขาถูกละเลยและขาดองค์กรภาครัฐที่จะเข้ามาสนับสนุนอย่างจริงจัง"
นพ.แท้จริงกล่าวอีกว่า ในฐานะที่ตนเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะผลักดันสิทธิต่างๆ ให้สำเร็จ โดยเฉพาะการเสนอแนะหน่วยงานต่างๆ เร่งแก้ไขกฎหมายให้บุคคลหนึ่งสามารถสมรสกับอีกบุคคลหนึ่งได้ ไม่จำเป็นต้องระบุเพศว่าต้องเป็นชายกับหญิงเท่านั้น และกฎหมายที่เปลี่ยนคำนำหน้านามสาวประเภทสองที่ผ่าตัดแปลงเพศแล้ว สามารถใช้คำว่านางสาวได้เพื่อประกอบอาชีพและดำเนินชีวิตในสังคมได้เหมือนผู้หญิงทั่วไป อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนของกลุ่มคนเหล่านี้คือความไม่เป็นเอกภาพ เพราะทุกคนมีความรู้ความสามารถจึงเกิดการขัดแย้งกัน ดังนั้นหากต้องการให้การขับเคลื่อนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ต้องก้าวข้ามความขัดแย้งไปให้ได้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.thaipost.net/x-cite/250511/39089



