เกย์ บุคคลรักเพศเดียวกัน มีส่วนช่วยเพิ่มความสามารถทางเศรษฐกิจ
Last Updated on Sunday, 15 May 2011 Written by Administrator Saturday, 14 May 2011
![]() |
เกย์ บุคคลรักเพศเดียวกัน มีส่วนช่วยเพิ่มความสามารถทางเศรษฐกิจ
ขณะที่หลายคนกำลังตั้งคำถามกับการเปิดเผยตัวของเกย์ หลายคนกำลังกังวงกับการเพิ่มจำนวนของคนกลุ่มนี้อย่างเห็นได้ชัด มีหนังสือเล่มหนึ่ง "The Rise of the Creative Class ... and how it's transforming work, leisure, community, & everyday life" โดย Richard Florida ได้อธิบายแนวโน้มของการเพิ่มจำนวนของเกย์ได้อย่างน่าสนใจ ริชาร์ด ฟลอริดา บอกว่าการเพิ่มจำนวนของเกย์นั้น มีส่วนอย่างมากต่อการเพิ่มความสามารถทางเศรษฐกิจ สมมุติฐานนี้มาจากการเก็บข้อมูลและสังเกตพบว่า ตั้งแต่ช่วงหลังสมัยใหม่ (Postmodernism) เป็นต้นมา การเกิดขึ้นของอาชีพที่เป็น
อาชีพที่ขึ้นกับความสร้างสรรค์ เช่น สถาปนิก นักแสดง นักวิทยาศาสตร์ ดีไซเนอร์ อาชีพเหล่านี้มีความสำคัญต่อการสร้างความได้เปรียบทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาได้มากถึงร้อยละ 30 นั่นหมายถึง 1 ใน 4 ของรายได้ประเทศมาจากคนที่ทำงานในงานที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์
สิ่งที่น่าสนใจก็คือเขาพบว่าในสังคมที่เปิดรับเกย์มากเท่าไหร่ หรือเป็นมิตรกับเกย์ จะมีส่วนที่ทำให้สังคมนั้น มีความได้เปรียบทางเศรษฐกิจ หรือสามารถสร้างรายได้จากผลผลิตของการสร้างสรรค์ได้มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งเมื่อไปดูในสหรัฐอเมริกาแล้ว
ก็น่าสนใจ นิวยอร์ก ซานฟรานซิสโก บอสตัน ต่างเป็นเมืองที่ค่อนข้างเปิดกว้างกับสังคมเกย์ และพบว่าการยอมรับในความหลากหลายของผู้คนนั้น สามารถสร้างผลผลิตได้ดีกว่า ความคิดนี้ไม่ได้ใช้ได้ดีเพียงแต่ในระดับมหภาคเท่านั้น มีการ
ทดลองในระดับสังคมเล็กๆ เช่น ในห้องเรียนในรัฐเทกซัส ก็พบว่าในห้องเรียนที่เด็กๆ ยอมรับความแตกต่างเรื่องเพศนั้น เด็กในชั้นเรียนนั้นก็จะมีความคิดสร้างสรรค์ได้ดีกว่าห้องอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด
เราไม่ได้บอกว่าในบางประเทศที่กำลังอยากจะเป็นเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์นั้นจะต้องให้ผู้คนเป็นเกย์ไปเสียหมด ประเด็นอยู่ที่การที่ผู้คนยอมรับความแตกต่างและหลากหลายและพร้อมจะเรียนรู้กันต่างหากที่จะสามารถสร้างสรรค์สิ่งที่แตกต่างได้จริงและยั่งยืน
เดี๋ยวนี้มีศัพท์ใหม่ของนักการตลาดเรียกเกย์ว่า DINKS หรือ Double Income No Kids หมายถึงกลุ่มที่มีรายได้ดีและไม่มีภาระเรื่องลูก ทำให้คนกลุ่มนี้มีกำลังซื้อสูงกว่ากลุ่มอื่นๆ
ปัจจุบันนักการตลาดเริ่มหันมาให้ความสนใจในการเก็บข้อมูลประชากรกลุ่มนี้อย่างเอาจริงเอาจัง เนื่องจากเห็นว่าคนกลุ่มนี้มักเป็นตัวแปรสำคัญมากขึ้นอย่างชัดเจนต่อการกำหนดทิศทางของตลาด ไม่น้อยไปกว่ากลุ่มรักต่างเพศ ปัจจัยที่เป็นผล
บวกอย่างเห็นได้ชัดคือคนกลุ่มนี้มีกำลังซื้อสูง และหากยิ่งพวกเขาทำงานอยู่ในแวดวงของธุรกิจสร้างสรรค์ (วงการบันเทิง สื่อสารมวลชน นักออกแบบ หรือศิลปิน ดีไซเนอร์) มักมีส่วนอย่างมากต่อการกำหนดทิศทางหลายๆ ด้าน
การเก็บข้อมูลของ Gay Index เริ่มมีให้เห็นมาตั้งแต่ปี 1998 และการยอมรับบุคคลรักเพศเดียวกันก็เริ่มเติบโตอย่างเห็นได้ชัด จนกลายเป็นประเด็นทางการเมืองที่เผ็ดร้อนของสหรัฐอเมริกาในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด
อิทธิพลของศาสนาในแบบอนุรักษนิยมและบรรทัดฐานของสังคมอาจจะยังเป็นกรอบให้เกย์จำนวนมากไม่พร้อมที่จะเปิดเผยตัวเอง แต่อย่างไรก็ดี การที่เราสามารถรับรู้ได้ว่ากลุ่มคนเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของสังคมและเป็นเรื่องที่ดูจะปกติเข้าไปทุกที
นั่นเป็นสัญญาณที่ดีว่า ในอนาคตการยอมรับและเปิดกว้างสำหรับบุคคลรักเพศเดียวกันนั้นจะส่งผลดีมากกว่าผลเสียกับสังคมโดยภาพรวม
คนเหล่านี้ไม่ได้ทำลายความมั่นคงของสถาบันทางสังคม ตรงกันข้าม การยอมรับต่างหากที่จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น
ขอขอบคุณข้อมูลจาก GM Magazine เว็บไซต์ http://men.mthai.com/content/5330




