สาวประเภทสอง: คุณค่าราคาแพง
Last Updated on Sunday, 06 November 2011 Written by Administrator Sunday, 21 March 2010
สาวประเภทสอง: คุณค่า ราคาแพง
เขียนโดย สคส. เมื่อ อา, 07/05/2009 - 20:13
ธัญญา ใจดี
การประกวดมิสอินเตอร์แนชันเนลควีนในปีนี้สร้างสีสรร ให้แก่แวดวงสาวประเภทสองบ้านเราได้มากทีเดียว เพราะสาวประเภทสองจากประเทศไทยสามารถคว้ามงกุฏไปครองได้ และเป็นธรรมเนียมอีกเช่นกันที่สื่อมวลชนสาขาบันเทิงจะต้องตามติดสัมภาษณ์ ความรู้สึกของเธอ ซึ่งสะท้อนความในใจออกมาว่า ดีใจอย่างมากที่ได้รับตำแหน่ง เพราะคิดว่าน่าจะทำให้แม่ยอมรับตนได้มากขึ้น
เมื่อได้ยินได้ฟังแบบนี้แล้ว อดเห็นใจสาวประเภทสองไม่ได้ที่ต้องทุ่มสุดตัวเพื่อพิสูจน์คุณค่าของความเป็น มนุษย์มากกว่าคนเพศอื่นๆ ดังที่ได้เขียนไว้ในบทความสัปดาห์ที่แล้วว่า พ่อแม่ยอมแลกได้ทุกอย่าง แม้ว่าลูกจะติดยา ลักเล็กขโมยน้อย หรือเป็นอันธพาล ขออย่างเดียวอย่ามีบุคลิกภาพและวิถีชีวิตทางเพศที่ไม่ตรงกับอวัยวะเพศโดย กำเนิด เมื่อแต่ละครอบครัวมีจุดตั้งต้นของวิธีคิดเช่นนี้เสียแล้ว จะเหลือทางเลือกอะไรให้สาวประเภทสองได้เดินเพื่อพิสูจน์คุณค่าของตัวเองอีก บ้าง
เมื่อเลือกที่จะดำเนินชีวิตในฐานะสาวประเภทสองแล้ว สังคมดูเหมือนจะกำหนดทางเดินแคบๆ ให้ต้องเป็นสาวประเภทสองที่สมบูรณ์แบบ ได้แก่ การมีสรีระร่างกาย น้ำเสีย กิริยาอาการเหมือนกับผู้หญิงแบบแยกไม่ออก ซึ่งจะทำให้เธอเข้าใกล้ความสำเร็จในฐานะนางงามหรือการเป็นนักแสดงที่มีชื่อ เสียงมากขึ้น ทั้งหมดนี้ หมายความว่าเธอต้องพยายาม ‘สวย’ ตามมาตรฐานของผู้หญิงสวย แต่หนทางสำหรับสาวประเภทสองนั้นไม่ง่ายเลย เพราะมีชีวิตเป็นเดิมพัน
ขั้นตอนแรกที่สาวประเภทสองทุกคนจะต้องเจอ หลังจากตัดสินใจแน่นอนแล้วว่าจะปรับสรีระให้ใกล้เคียงผู้หญิงมากที่สุด คือ การปรับฮอร์โมนในร่างกาย โดยรับฮอร์โมนเพศหญิงเข้าสู่ร่างกาย และรับยาต้านฮอร์โมนเพศชาย แม้จะมีคลินิกศัลยกรรมแปลงเพศจำนวนมากในบ้านเรา แต่ข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบจากการใช้ฮอร์โมนเพื่อปรับเปลี่ยนสรีระจากชายเป็น หญิงนั้นกลับมีน้อยมากอย่างไม่น่าเชื่อ จึงขออ้างอิงคู่มือการให้ฮอร์โมนบุคคลที่ต้องการปรับสภาพร่างกายจากชายเป็น หญิง ซึ่งสนับสนุนการจัดทำโดย องค์กรที่ทำงานด้านสุขภาพของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ และองค์กรด้านสุขภาพของแคนาดา เพื่อเป็นแนวทางที่ใช้กันในเขตบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา
ในแนวทางนี้มีแบบฟอร์มประเมินความพร้อม และการให้ข้อมูลที่รอบด้านแก่ผู้รับบริการ โดยกำหนดว่าผู้ให้บริการต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการ ได้รับฮอร์โมน เช่น ต้องบอกให้คนไข้ได้รับรู้ว่า ยังไม่มีการศึกษาวิจัยที่มีข้อมูลยืนยันความปลอดภัยของการใช้ยาฮอร์โมน จึงต้องยอมรับว่าอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวได้ การกินฮอร์โมนมากกว่าที่แพทย์สั่งไม่ได้ช่วยให้มีลักษณะเป็นหญิงเร็วขึ้น หรือมากขึ้น เพราะการรับฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงในปริมาณมากเกินไปอาจทำให้ฮอร์โมนนี้ถูกเปลี่ยนเป็น เทสโทสเตอโรนซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชายได้ ซึ่งจะทำให้หยุดยั้งการพัฒนาสรีระแบบผู้หญิง หรือทำให้มีการเปลี่ยนแปลงช้าลง นอกจากนี้ ยาฮอร์โมนเหล่านี้อาจทำลายตับ สาวประเภทสองจึงได้รับคำแนะนำให้ตรวจสุขภาพตับเป็นประจำตราบใดที่ยังกิน ฮอร์โมนนี้อยู่
นอกจากนี้ ฮอร์โมนเอสโตรเจนทำให้เสี่ยงต่อการเป็นหลอดเลือดอุดตัน และความเสี่ยงจะเพิ่มมากขึ้นหากสูบบุหรี่ เอสโตรเจนยังอาจทำให้มีการสะสมของไขมันในอวัยวะภายใน ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานโรคหัวใจ และความดันสูงอีกด้วย ดังนั้น ถ้ามีอาการแบบนี้ ต้องปรึกษาแพทย์ทันทีเพื่อปรับเปลี่ยนอาหารการกิน รูปแบบการใช้ชีวิต และยา ยิ่งไปกว่านั้น เอสโตรเจนอาจทำให้เกิดนิ่วน้ำดี มีอาการวิงเวียนและอาเจียน เป็นไมเกรน และยังไม่แน่ชัดว่าจะทำให้เกิดเนื้องอกในต่อมพิทูอิทารีหรือไม่ ซึ่งแม้ไม่ทำให้เสียชีวิตเพราะไม่ใช่มะเร็ง แต่ก็มีผลต่อการมองเห็นและทำให้ปวดหัวเรื้อรัง
นอกจาก เอสโตรเจนแล้ว สาวประเภทสองยังจะได้รับยาที่ต่อต้านฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งมีผลต่อภาวะสมดุลของน้ำและเกลือในไต ทำให้ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำ ระดับโปแตสเซียมในเลือดเปลี่ยนแปลงมีผลต่อการเต้นของหัวใจ เพียงแค่ปรับฮอร์โมนในร่างกาย ก็ทำให้ชีวิตของสาวประเภทสองที่ยังไม่ตัดสินใจผ่าตัดสร้างอวัยวะเพศหญิง ต้องใช้ชีวิตผูกพันแนบแน่นกับแพทย์ ไปอย่างน้อย 3 ปี หลังจากกินฮอร์โมน เพราะต้องมีการตรวจเช็คสุขภาพตลอดเวลา
แล้วสาวประเภทสองที่ตัดสินใจก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง คือ ผ่าตัดแปลงเพศล่ะ เธอต้องเจอกับอะไรบ้าง?
ข้อมูลจากคลินิกศัลยกรรมแปลงเพศเป็นไปในทางเดียวกันว่า ก่อนการสร้างอวัยวะเพศหญิงนั้น สาวประเภทสองต้องได้รับฮอร์โมนเพื่อเตรียมสภาพร่างกายให้มีความเป็นหญิง ซึ่งต้องใช้เวลาหลายเดือนจนเป็นปี จากนั้น จึงเป็นขั้นตอนการผ่าตัดอวัยวะส่วนอื่นๆ ตามความต้องการของแต่ละคน เช่น บางคนตัดสินใจเสริมหน้าอก ตัดลูกกระเดือก ทำตา เสริมขมับ เสริมคาง กำจัดขน เป็นต้น ส่วนการผ่าตัดสร้างอวัยวะเพศหญิงนั้นนับเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิต และใช้เงินจำนวนมาก ความเสี่ยงของการผ่าตัดลักษณะนี้ เช่น การติดเชื้อระหว่างผ่าตัด เลือดคั่งใต้แผลผ่าตัด ช่องคลอดทะลุเข้าไปในลำไส้ใหญ่ เป็นต้น และก็ไม่ต่างจากการปรับฮอร์โมนเท่าใดนัก สาวประเภทสองที่ผ่าตัดแปลงเพศยังคงต้องเข้าออกโรงหมออยู่เป็นประจำ เพราะจะมีอาการช่องคลอดตีบ ซึ่งต้องมีการขยายช่องคลอดอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 6-12 เดือน เพื่อไม่ให้ตีบอีก เพราะฉะนั้น การผ่าตัดแปลงเพศจึงไม่ใช่หนังม้วนเดียวจบ
สิ่งสำคัญที่สุดที่ช่วยให้เข้าใจสาวประเภทสองมากขึ้นคือ การปรับความคิดเสียใหม่ว่า สาวประเภทสองเองก็มีความหลากหลายไม่ต่างจากเพศอื่นๆ ทั้งความหลากหลายทางความคิด ความต้องการ และวิถีชีวิตทางเพศ สาวประเภทสองบางคนต้องการแปลงเพศ บางคนต้องการปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย และอีกหลายๆ คนเลิกคิดที่จะแปลงเพศและพึงพอใจกับร่างกายที่เป็นอยู่ เมื่อได้รับรู้อันตรายของการปรับเปลี่ยนเพศสรีระ ความหลากหลายเหล่านี้ นำไปสู่การโต้แย้งร่างกฎหมายคำนำหน้านามที่กำหนดไว้ตายตัวว่าหากต้องการ เปลี่ยนคำนำหน้านามจากนายเป็นนางสาว หรือนางสาวเป็นนายแล้วละก็ ต้องผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะเพศเสียก่อน เพราะหากกำหนดตายตัวเช่นนี้ ก็ยิ่งเป็นการผลักให้สาวประเภทสองต้องไปเสี่ยงกับอันตรายมากขึ้น ส่วนสาวประเภทสองที่ไม่ ‘สวย’ ตามมาตรฐานความงามปัจจุบัน หรือสาวประเภทสองที่ไม่มีเงินพอจะไปทำศัลยกรรมที่มีคุณภาพก็จะยิ่งถูกเลือก ปฏิบัติ
บทพิสูจน์คุณค่าของสาวประเภทสองจึงไม่ควรต้องยากลำเค็ญ กว่าคนเพศอื่นๆ ที่เพียงแค่เก็บกระเป๋าสตางค์คืนเจ้าของ กันเงินเดือนส่วนหนึ่งให้พ่อแม่ อ่านหนังสือให้ผู้บกพร่องทางสายตาฟัง ก็ได้รับคำสรรเสริญมากมาย เพียงแค่เธอเป็นตัวของตัวเอง และไม่ก่อความเดือดร้อนเท่านั้น ก็น่าจะเพียงพอสำหรับสังคมนี้ไม่ใช่หรือ
(บทความคอลัมน์เสียง สตรี หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ วันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2550)
ที่มา: http://whaf.or.th/content/75



