Day Young Show : ความภาคภูมิใจและการยอมรับ

Day Young Show : ความภาคภูมิใจและการยอมรับ


เจษฎา แต้สมบัติ ผู้อำนวยการ โครงการจัดตั้งมูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน

 

เมื่อวันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม 2559 ที่ผ่านมา ดิฉันได้มีโอกาสไปชมการแสดง “Day Young Show” โชว์ของคุณเดย์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ เดย์ฟรีแมน ผู้ซึ่งเป็นตำนานของการแสดงคาบาเร่โชว์ ในย่านถนนสีลมในอดีต

dayyoungshowรอบการแสดงที่ดิฉันได้ไปชมนั้นได้รับการสนับสนุนจากสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย โดยการแสดงนี้นอกจากแสง สี เสียง และการแต่งกายที่สวยงามตระการตาแล้ว สิ่งที่ดิฉันรู้สึกประทับใจคือ การวางเนื้อเรื่องและบทของการแสดงที่คุณเดย์ และเพื่อนๆ ได้นำดิฉันและผู้ชมดำดิ่งลงไปในวิถีชีวิตของกะเทยคนหนึ่งที่ไม่ได้แตกต่างจากหญิงและชายอื่นๆในสังคม ซึ่งมีทั้งมีมุมความสำเร็จ ความรัก และความท้าทาย อันล้วนแล้วแต่นำไปสู่การตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต เนื้อเรื่องการแสดงถ่ายทอด 3 เรื่องสำคัญคือ

กะเทย กับ Timeline คาบาเร่โชว์ คุณเดย์, ดร.เสรี วงษ์มณฑา และเพื่อนนักแสดง ได้ฉายภาพการแสดงโชว์ของกะเทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยในอดีตนั้น ดร.เสรี เล่าผ่านบทสนทนาในเรื่องว่า ผู้แสดงจำเป็นต้องมีท่วงท่าในการร่ายรำที่สวย สง่างาม ตามแบบนางรำซึ่งต้องมีการฝึกฝนและจำจดท่ารำในรูปแบบต่างๆ ในยุคต่อมา เล่าถึงการแสดงโชว์ก็ต้องใช้ความสามารถในการแต่งหน้า รวมถึงพัฒนาบุคลิกภาพทักษะการลิปซิงค์ (lip-syncing) ให้เหมือนกับนักแสดงหรือดาราในระดับฮอลลีวูด คุณเดย์ ได้รับฉายาว่า “มารายห์ แครี่ เมืองไทย” โดยสถานที่แสดงนั้นคือร้านประจำ และเมื่ออยู่บนเวทีนั้น ต้องทำให้ผู้ชมเชื่อว่าตนเองเป็นดาราคนนั้นจริงๆ การที่จะลงจากเวทีไปเล่นกับผู้ชมหรือรับทิปจากผู้ชมจึงไม่สามารถทำได้ จนบางครั้งถูกมองว่าหยิ่ง แต่เพื่อรักษาคุณภาพของการแสดงคุณเดย์และนักแสดงในยุดนั้นจึงต้องยอม แตกต่างจากยุคปัจจุบันที่การแสดงโชว์นั้น มีตัวช่วย เช่น เครื่องสำอาง วิก เสื้อผ้า เป็นต้น ที่สามารถซื้อหาได้ง่ายมากขึ้น มาทำการแสดงมีสีสันต์และเข้าถึงผู้ชมได้มากกว่าในอดีต และสามารถเดินทางไปโชว์ในสถานบันเทิงต่างๆ ได้หลายที่ภายใน 1 คืน

กะเทยกับความรัก รูปแบบความรักของคุณเดย์ไม่แตกต่างจากความรักโดยทั่วไป ที่มีทั้งสุขและทุกข์ หากเรามองย้อนกลับไปเมื่อในอดีต จะเห็นได้ว่าความรักของคนข้ามเพศ ต้องเผชิญความท้าทายจากทางสังคมและวัฒนธรรม การยอมรับจากครอบครัว อีกทั้งกฎหมายก็ยังไม่รองรับการแต่งงานของคนข้ามเพศ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ดิฉันรู้สึกได้ คือ ฉากที่คุณเดย์เล่าถึงเรื่องราวของความรักกับคู่ชีวิตของเธอ ที่มีทั้งช่วงเวลาของความสุขแลความเศร้า จนกระทั้งเมื่อไม่สามารถประคับประคองความรักต่อไปได้ คุณเดย์กล้าเผชิญความจริง มองว่ารักตามที่มันเป็นไป ในเมื่อไม่สามารถรักต่อไปได้ การตัดสินใจยุติความรัก จึงเป็นเรื่องที่กล้าหาญ และทำให้คุณเดย์พบกับความรักครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งนั้น คือ ความรักที่มีต่อลูกของเธอ

กะเทยกับความเป็นแม่ คุณเดย์ และคุณชนานา นุตาคม (ดี้) ได้ถ่ายทอดผ่านการแสดงและบทเพลง ถึงความท้าทายในการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องรับบทบาทในการเลี้ยงดูครอบครัว และทั้งคู่ได้พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่า แท้ที่จริงแล้ว “ความเป็นแม่” และการเลี้ยงดูลูก นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพศ หากแต่เป็นเรื่องของความรับผิดชอบและการทำบทบาทหน้าที่ในการดูแลครอบครัวต่างหาก ดิฉันยอมรับว่าฉากที่คุณเดย์เลือกเสียสละในอาชีพที่ตนเองรักนั้นคือ การแสดงคาบาเร่โชว์ เพราะต้องการมีเวลาได้เลี้ยงดูลูกของเธอ เป็นฉากที่เรียกน้ำตาจากผู้ชมและสร้าง
ความประทับใจ

ตลอดระยะเวลาประมาณ 90 นาทีของการแสดงได้สะท้อน 2 เรื่องหลักๆ สำคัญ คือ “ความภาคภูมิใจ และการยอมรับตนเอง” ไม่ว่าคุณจะเป็นเพศสภาพใด การยอมรับตนเองถือเป็นบันไดขั้นแรก อันนำไปสู่ความภาคภูมิใจซึ่งจะทำให้เราสามารถก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ ได้ อีกทั้งไม่ว่าคุณจะประกอบอาชีพอะไรจะเป็นช่างแต่งหน้าหรือคาบาเร่โชว์ เป็นต้น แต่ละอาชีพต่างมีคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นคนที่เท่าเทียมกัน

ดิฉันอาจจะเขียนบอกเล่าถึงความประทับใจจากการชม “Day Young Show” ได้ไม่ทั้งหมด ดังนั้น หากท่านมีเวลาดิฉันขอชวนทุกท่านไปสัมผัสแสดงดังกล่าวด้วยตัวท่านเอง โดยการแสดงดังกล่าวจัดขึ้นที่โรงละครเอ็ม เธียเตอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ (เอกมัย-ทองหล่อ), กรุงเทพมหานคร อ่านรายละเอียดได้ที่ http://www.thaiticketmajor.com/performance/day-young-show-2016-th.html ท้ายนี้ดิฉันขอขอบคุณคุณกอล์ฟ (ทิพย์อัปสร ศศิตระกูล) และคุณเมี้ยว (ดนัย ลินจงรัตน์) จากสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทยที่ชวนไปร่วมชมการแสดงที่น่าประทับใจดังกล่าวคะ

 

2016-07-14
Hits: 350

สื่อมวลชนกับการนำเสนอที่เคารพต่อกะเทย/คนข้ามเพศ

สื่อมวลชนกับการนำเสนอที่เคารพต่อกะเทย/คนข้ามเพศ
เจษฎา แต้สมบัติ*

จากกรณีของพิธีกรรายการเจาะลึกทั่วไทย (Inside Thailand) สถานีข่าวสปริงนิวส์ ทีวีดิจิตอล ช่อง19 ที่ได้นำเสนอกรณีของคุณต้องตา (คนข้ามเพศ) ที่เป็นข้าราชการครู กับการประกวดมิสทิฟฟานี่ 2016 นั้น

กรณีดังกล่าวได้สร้างให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการนำเสนอของสื่อว่าไม่มีความละเอียดอ่อนต่อเพศสภาพ จนกระทั่งได้มีการออกมาออกแถลงการณ์ขออภัยในกรณีดังกล่าว ในฐานะคนทำงานเพื่อเป็นแปลงสังคมในมิติเรื่องความเป็นธรรมทางเพศนั้น ต้องขอชื่นชมกับการออกมาแสดงความรับผิดชอบดังกล่าวค่ะ

การนำเสนอข่าวในประเด็นกะเทย สาวประเภทสองและคนข้ามเพศ นั้นสื่อมวลชนไทยควรมีความละเอียดอ่อนทั้งในการนำเสนอ การเขียนข่าวและการเผยแพร่ เพื่อสร้างให้เกิดการเคารพต่อบุคคลกล่าว โดยมีข้อเสนอแนะ ดังนี้

1.ไม่ควรใช้คำนำหน้านาม “นาย” ควรไม่ระบุคำนำหน้า หรือหากต้องการระบุให้ใช้คำว่า “คุณ”

2.ไม่ควรใช้สรรพนามว่า “เขา” ควรใช้สรรพนามว่า “เธอ”

3.ไม่ควรนำเอาเรื่องการเปลี่ยนแปลงร่างกาย การทำศัลยกรรมเป็นเนื้อหาสาระหลักในการนำเสนอ หรือตั้งคำถาม เช่น “แปลงเพศแล้วหรือยัง” “ทำไมเหมือนผู้หญิงจัง” เป็นต้น

4.ไม่ควรนำเสนอด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่แสดงความแปลกประหลาด เช่น “ผู้ชายสวย” “ไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายจะสวยกว่าผู้หญิง” เป็นต้น

5.ผู้สื่อข่าวไม่ควรเอารสนิยมทางเพศของตนเองมาตัดสินหรือให้คุณค่าต่อคนข้ามเพศ เช่น “ผมชายแท้ไม่มีอารมณ์กับผู้ชายที่สวยหรือกะเทยหรอก” เป็นต้น

หากสื่อมวลชนมีการนำเสนอเรื่องกะเทย/คนข้ามเพศอย่างเคารพและเข้าใจในฐานะมนุษย์คนหนึ่งจะสร้างให้เกิดการยอมรับและการเปลี่ยนแปลงสังคมให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพในการทำงานอีกด้วย

เรื่องเพศ เพศสภาพ และเพศวิถี เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเรียนรู้
เพราะความไม่รู้อาจจะสร้างให้เกิดอคติและความเกลียดชังทางเพศ
ชวนมาเรียนรู้และสร้างความเข้าใจเรื่องกะเทย/คนข้ามเพศกับเรา
เครือข่ายเพื่อนกะเทยไทยนะคะ

*ผู้อำนวยการ โครงการจัดตั้งมูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน

TransonMedia

2016-03-14
Hits: 886

สิ่งที่ผู้ชายควรรู้ เมื่อเดทกับกะเทย/สาวประเภทสอง

translover2สิ่งที่ผู้ชายควรรู้ เมื่อเดทกับกะเทย/สาวประเภทสอง
เจษฎา แต้สมบัติ
เครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย

ดิฉันมานั่งนึกถึงสมัยเป็นกะเทยเด็กน้อยที่ในช่วงวันแห่งความรัก จะเลือกเอาหนังสือ How to... เกี่ยวกับความรักมานั่งอ่าน เช่น การออกเดท การเลือกของวัญ การเลือกร้านอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่ผู้เขียนก็มักคำนึงถึงรูปแบบความรักของผู้หญิงและผู้ชายเป็นหลัก แล้วรูปแบบการออกเดทของกะเทย/สาวประเภทสอง/คนข้ามเพศ กลับไม่ได้มีการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจในสังคม ทำให้ผู้ชายที่มาออกเดทกับกะเทยไม่รู้จะวางตัวอย่างไร พูดจาอย่างไร ทำให้เกิดสูญกาศ (Death air) กันไป

เนื่องในเทศกาลวาเลนไทน์นี้ ดิฉันในฐานะที่ผ่านประสบการณ์ความรักบ้าง ช้ำบ้าง จะขอนำประสบการณ์ความรักของตนเองซึ่งเป็นรักต่างเพศและมีคู่รักที่นิยามตนเองว่าเป็นผู้ชายผนวกกับประสบการณ์ทำงานเรื่องสิทธิของกะเทย/สาวประเภทสอง/คนข้ามเพศ มาแบ่งปันกับหนุ่มๆ ที่จะออกเดทกับกะเทยนะคะ ในความเป็นจริงของสังคมนั้น รูปแบบความรักของกะเทยนั้นไม่ได้มีคู่รักเพียงผู้ชายเท่านั้น เราจะพบรูปแบบความรักที่หลากหลายและไม่จำกัดที่เพศค่ะ

เรามาดูกันว่าในการออกเดทนั้นคุณผู้ชายต้องคำนึงถึงเรื่องใดบ้าง นั้นคือ

การปรับและเปลี่ยนความคิดอคติ การปรับและจูนความคิดที่มีอคติ นั้นคือ กะเทยเก่งและหมกหมุ่นในเรื่องเพศ, กะเทยต้องเลี้ยงผู้ชาย, กะเทยสามารถมีเพศสัมพันธ์กับใครก็ได้ และกะเทยเป็นวัถตุทางเพศ ฯลฯ ทัศนคติดังกล่าวส่งผลให้นำไปสู่พฤติกรรมและการกระทำที่เป็นการคุกคามและล่วงละเมิดทางเพศ อีกทั้งคุณไม่เหมารวมว่ากะเทยทุกคนจะเป็นเหมือนกันทั้งหมด วิธีที่ง่ายที่สุดในการปรับความคิด นั้นคือ ให้มองว่า “กะเทยก็คือผู้หญิงคนหนึ่ง” ให้ปฏิบัติกับเราอย่างเคารพเท่านั้นเอง

การสื่อสาร เป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้เดทของคุณผู้ชายจะ “รุ่ง” หรือ “ร่วง” การสร้างบทสนทนา เช่น คำถามต่างๆ ที่คุณควรหลีกเลี่ยง นั้นคือ

1) คำถามที่เกี่ยวกับเนื้อตัวร่างก่าย เช่น เป็นกะเทยมานานหรือยัง? ทำไมถึงเป็น? แปลงเพศหรือยัง? ทำหน้าอกหรือยัง? ทำศัลยกรรมอะไรมาบ้าง? ทำศัลยกรรมที่ไหน? มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง? และทำศัลยกรรมแล้วเป็นรู้สึกอย่างไร? เพราะการที่คุณถามคำถามเกี่ยวร่างกายกับคู่ของคุณนั้น ทำให้คู่ของคุณคิดได้ว่าคุณสนใจเธอแค่เพียงร่างกาย แต่ไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกหรือจิตใจเลย แม้ว่าคุณจะสงสัยหรือข้องใจจริงๆ ก็ตาม อันนี้ดิฉันเข้าใจเพราะเรื่องดังกล่าวไม่เคยมีการบอกการสอนกันมาก่อน แต่อยากให้คุณผู้ชายหาเวลาช่วงอื่นและค่อยๆ ถามอย่างสุภาพจะเหมาะสมกว่านะคะ

2) คำถามเกี่ยวกับครอบครัวและญาติ คุณผู้ชายต้องเข้าใจว่ากะเทยบางคนไม่ได้รับการยอมรับจากครอบครัวและญาติพี่น้อง จากงานวิจัยพบว่าร้อยละ 38.4 กะเทยถูกความรุนแรงจากครอบครัว มากที่สุด คือ การด่าทอ เสียดสี ประชดประชัน ทำร้ายทุบตี บังคับให้กลับมาเป็นเพศตามที่สังคมคาดหวัง (รณภูมิ สามัคคีคารมย์, 2556) ดังนั้น คุณควรหลี่กเลี่ยง คำถาม เช่น ครอบครัวรับได้ไหม? ทำไมครอบครัวถึงไม่ยอมรับ? พ่อแม่รู้สึกอย่างไรเมื่อรู้ว่าเป็นกะเทย/สาวประเภทสอง/คนข้ามเพศ? และครอบครัวรู้เมื่อไรว่าเป็นกะเทย/สาวประเภทสอง/คนข้ามเพศ? เป็นต้น การตั้งคำถามในลักษณะดังกล่าว อาจจะเป็นการเปิดแผลทำให้คู่ รู้สึกเสียใจเมื่อต้องนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต ดิฉันว่าคุณคงไม่อยากจะเห็นคนที่คุณรักเสียน้ำตาใช่ไหมคะ ดังนั้น ขอให้เลี่ยงคำถามดังกล่าวคะ

เดทครั้งนี้ใครจ่าย อันนี้ขึ้นอยู่กับข้อตกลงและความสะดวกใจของแต่ละคู่ แต่อย่างที่ดิฉันบอกไปว่าคุณผู้ชายต้องไม่คิดว่า “กะเทยต้องเลี้ยงผู้ชาย” เพราะความคิดดังกล่าวมาจากอคติและอยู่บนฐานของการแสวงหาผลประโยชน์มากกว่าความรัก สำหรับตัวดิฉันนั้นบอกกับคู่เลยว่าเราขอแชร์นะคะ ไม่ต้องเลี้ยง เพราะโดยส่วนตัวไม่ได้คาดหวังให้คุณผู้ชายมาเลี้ยง เพราะเราก็เลี้ยงตัวเองได้ และมองว่าเป็นการสร้างบรรทัดฐานของความสัมพันธ์ที่เท่าเทียมและไม่เอารัดเอาเปรียบ แต่บางครั้งเขาอยากเลี้ยงดิฉันก็โอเค เพราะเป็นความต้องการของเขา แต่ก็จะบอกว่าครั้งหน้าดิฉันเลี้ยงนะ

ดิฉันคิดว่าแนวทางข้างต้นน่าจะเป็นแนวทางให้คุณผู้ชายได้นะคะ รูปแบบความรักระหว่างคุณและคู่อาจจะไม่ได้เป็นไปตามที่สังคมคาดหวัง แต่มันไม่ใช่เรื่องที่ผิดและไม่ควรนำมาตัดสินว่าจะไม่มั่นคงและยังยืนเหมือนคู่อื่นๆ สุดท้ายดิฉันขอเป็นกำลังใจให้ในทุกรูปแบบของความรักนะคะ

2016-02-13
Hits: 770

กะเทยไทย : การประชุมสุขภาพของคนข้ามเพศครั้งที่ 14

กะเทยไทย : การประชุมสุขภาพของคนข้ามเพศประเทศอเมริกาครั้งที่ 14

ดอย ฐิติญานันท์ หนักป้อ
ผู้อำนวยการมูลนิธิซิสเตอร์และคณะทำงานเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย


ไปประชุมสุขภาพของคนข้ามเพศอเมริกาครั้งที่ 14 ได้อย่างไร

ตนเองได้รับการเสนอชื่อจากทางคณะทำงานเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย อีกทั้งตนเองมีเป็นนักกิจกรรมทำงานในประเด็นสิทธิมนุษยชน หัวข้อการประชุมดังกล่าวมีความน่าสนใจและคิดว่าสอดคล้องกับงานที่ตนเองทำในฐานะผู้อำนวยการมูลนิธิซิสเตอร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสิทธิด้านเอดส์และสิทธิสุขภาพของคนข้ามเพศ จึงได้สนใจเข้าร่วมและแจ้งความจำนวนเพื่อการเข้าร่วมการประชุมนี้รวมถึงเป็นโอกาสที่ดี ที่ตนเองได้นำการทำงานในระดับนโยบายของเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย และการทำงานในพื้นที่พัทยาของมูลนิธิซิสเตอร์ไปนำเสนอและแลกเปลี่ยนกับนานาชาติ ในการประชุมสุขภาพของคนข้ามเพศอเมริกาครั้งที่ 14 ณ เมืองฟิลาเดเฟีย รัฐเพนซิเวเนีย สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 4-6 มิถุนายน 2558

2015-07-20
Hits: 598

เคท ครั้งพิบูลย์ : การรับรองสถานะของบุคคลข้ามเพศทางกฎหมาย

เคท ครั้งพิบูลย์ : การรับรองสถานะของบุคคลข้ามเพศทางกฎหมาย
  
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2558 ที่ผ่านมารัฐสภาไอร์แลนด์ได้ผ่านกฎหมายการรับรองเพศสำหรับคนข้ามเพศทำให้คณะทำงานเพื่อสิทธิคนข้ามเพศได้บรรลุหลักการ Self-Determination ที่ให้คนข้ามเพศได้ตัดสินใจในการเป็นตัวเอง ทำให้ไอร์แลนด์เป็นประเทศลำดับที่ 4 ของโลกที่มีกฎหมายรับรองเพศภาวะ กะเทย/คนข้ามเพศจากทั่วทุกมุมมองต่างพยายามผลักดันให้มีกฎหมายที่รับรองสถานะของคนข้ามเพศ ในประเทศไทยจากที่เครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย (Thai Transgender Alliance) และมูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ ได้จัดงานประชุมแนวทางการขับเคลื่อนการรับรองสถานภาพทางเพศในประเทศไทย เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ณ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นับเป็นเวทีที่ได้นำเสนอในประเด็นของกะเทย/คนข้ามเพศกับการถูกรับรองจากกฎหมาย

2015-07-18
Hits: 711
Copyright © 2015 Thai TGA
มูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน (The Foundation of Thai Transgender Alliance for Human Rights)
C/O ศูนย์ศึกษานโยบายสาธารณสุขสวัสดิการและสังคม เลขที่ 25/25 ชั้น 3 อาคารคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170 โทรสาร 0-2441-9184, 0-2441-9515 ต่อ 112 (แฟกซ์อัตโนมัติ) Email: thaitga@ gmail.com