แถลงการณ์ องค์กรสิทธิมนุษยชนและสุขภาพเพื่อคนข้ามเพศ

แถลงการณ์ องค์กรสิทธิมนุษยชนและสุขภาพเพื่อคนข้ามเพศ
กรณีองค์การอนามัยโลกถอดถอนภาวะข้ามเพศออกจากหมวดความบกพร่องทางจิตและพฤติกรรม

องค์การอนามัยโลกได้ปรับแก้บัญชีจำแนกโรคสากล ICD-11 ฉบับใหม่ โดยถอดถอนภาวะการข้ามเพศออกจากหมวดความบกพร่องทางจิตและพฤติกรรม (รอการรับรองจากสมัชชาฯ) และได้บรรจุภาวะการข้ามเพศในหมวดใหม่ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาวะทางเพศ (Sexual health) ซึ่งจะบรรจุอยู่ในบทที่ 17 ของบัญชีจำแนกโรคสากล ICD-11 ฉบับใหม่นี้ โดยจะมีการใช้คำใหม่ในการจำแนกภาวะการข้ามเพศกับกลุ่มประชากรสองกลุ่ม ดังนี้ เพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิดในวัยรุ่นและผู้ใหญ่ (Gender Incongruence of Adolescence and Adulthood) และเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิดในวัยเด็ก (Gender Incongruence of Childhood) อย่างไรก็ตาม บัญชีจำแนกโรคสากลนี้ยังคงต้องผ่านการพิจารณาจากสภาสมัชชาอนามัยโลก (World Health Assembly) ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2562 และหากผ่านการพิจารณา คาดว่าจะเริ่มใช้ทั่วโลกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2565

มูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานเพื่อส่งเสริม สนับสนุน และปกป้องสิทธิมนุษยชนของคนข้ามเพศ โดยเริ่มทำงานรณรงค์และขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องการยุติการระบุว่ากะเทย สาวประเภทสอง และคนข้ามเพศเป็นความผิดปกติทางจิต หรืออาการเจ็บป่วย (Stop Trans Pathologization) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 ร่วมกับองค์กรภาคีที่ดำเนินงานด้านส่งเสริมคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและสุขภาพของคนข้ามเพศ โดย รายชื่อองค์กรภาคีจะปรากฏด้านล่าง ขอร่วมแสดงเจตนารมณ์ ดังต่อไปนี้

1.มูลนิธิฯ และองค์กรภาคี เห็นด้วยและขอแสดงความยินดีกับองค์กรคนข้ามเพศ และพันธมิตรทั่วโลกที่ร่วมกันขับเคลื่อนและผลักดันประเด็นดังกล่าว ทำให้การเป็นบุคคลข้ามเพศถูกถอดถอนจากการวินิจฉัยว่าเป็นความบกพร่องทางจิดและพฤติกรรม

2.มูลนิธิฯ และองค์กรภาคี ขอชื่นชมการทำงานองค์กรคนข้ามเพศ พันธมิตรทั่วโลก และองค์กรอนามัยโลก ที่สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงแก้ไขที่เกิดขึ้น

3.มูลนิธิฯ และองค์กรภาคี ขอเรียกร้องให้หน่วยที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดำเนินการและเตรียมความพร้อมเพื่อปรับเปลี่ยนกฎหมายข้อบังคับ ระเบียบ ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมจากภาคประชาสังคม องค์กรที่ทำงานเพื่อสิทธิและสุขภาพของคนข้ามเพศ และพันธมิตรในกระบวนการดังกล่าว

4.มูลนิธิฯ และองค์กรภาคีจะยังคงดำเนินงานรณรงค์เพื่อสร้างความเข้าใจในสังคมว่าการเป็นคนข้ามเพศและภาวะการข้ามเพศไม่ได้เป็นความบกพร่องทางจิตและพฤติกรรม หรือความผิดปกติ อันสืบเนื่องมาจากแนวคิดทางการแพทย์ที่มีมาอย่างยาวนานในการระบุว่าภาวะการข้ามเพศเป็นอาการเจ็บป่วย หรือเป็นความผิดปกติ โดยการทำงานของมูลนิธิฯ และองค์กรภาคีจะตั้งมั่นบนฐานของสิทธิมนุษยชน และมุ่งเน้นให้คนข้ามเพศได้เข้าถึงบริการสุขภาพ ที่รวมถึงบริการสุขภาพแบบรอบด้านสำหรับคนข้ามเพศที่มีมาตราฐานสากลต่อไป

19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
องค์กรสิทธิมนุษยชนและสุขภาพเพื่อคนข้ามเพศ


รายชื่อองค์กรองค์กรที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนและสุขภาพเพื่อคนข้ามเพศ
1. มูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยเพื่อสิทธิมนุษยชน
2. มูลนิธิซิสเตอร์
3. มูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมระหว่างเพศ
4. Asia Pacific Transgender Network (APTN)
5. ศูนย์สุขภาพชุมชนแทนเจอรีน ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย
6. ศูนย์ความเป็นเลิศด้านเพศภาวะ เพศวิถี และสุขภาพ คณะสังคมศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยมหิดล
7. ภาคีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้านเพศภาวะ เพศวิถีและสุขภาพ (คอนซอร์เทียม)
8. กลุ่มพะยูนศรีตรัง จังหวัดตรัง
9. กลุ่มสตรีศรีวัง
10. กลุ่มเยาวชนศีขรภูมิ (Sikhoraphum Youth)
11. กลุ่มโรงน้ำชา (Togetherness for Equality and Action)
12. กลุ่มเอ็มเฟรนด์อุดรธานี
13. กลุ่มทีค พลังทรานส์
14. กลุ่มนักกิจกรรมรณรงค์สิทธิมนุษยชนเพื่อคนที่มีความหลากหลายทางเพศ
15. มูลนิธิเอ็มพลัส
16. สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย

TG and WHO
2018-06-27
Hits: 233

Day Young Show : ความภาคภูมิใจและการยอมรับ

Day Young Show : ความภาคภูมิใจและการยอมรับ


เจษฎา แต้สมบัติ ผู้อำนวยการ โครงการจัดตั้งมูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน

 

เมื่อวันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม 2559 ที่ผ่านมา ดิฉันได้มีโอกาสไปชมการแสดง “Day Young Show” โชว์ของคุณเดย์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ เดย์ฟรีแมน ผู้ซึ่งเป็นตำนานของการแสดงคาบาเร่โชว์ ในย่านถนนสีลมในอดีต

dayyoungshowรอบการแสดงที่ดิฉันได้ไปชมนั้นได้รับการสนับสนุนจากสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย โดยการแสดงนี้นอกจากแสง สี เสียง และการแต่งกายที่สวยงามตระการตาแล้ว สิ่งที่ดิฉันรู้สึกประทับใจคือ การวางเนื้อเรื่องและบทของการแสดงที่คุณเดย์ และเพื่อนๆ ได้นำดิฉันและผู้ชมดำดิ่งลงไปในวิถีชีวิตของกะเทยคนหนึ่งที่ไม่ได้แตกต่างจากหญิงและชายอื่นๆในสังคม ซึ่งมีทั้งมีมุมความสำเร็จ ความรัก และความท้าทาย อันล้วนแล้วแต่นำไปสู่การตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต เนื้อเรื่องการแสดงถ่ายทอด 3 เรื่องสำคัญคือ

กะเทย กับ Timeline คาบาเร่โชว์ คุณเดย์, ดร.เสรี วงษ์มณฑา และเพื่อนนักแสดง ได้ฉายภาพการแสดงโชว์ของกะเทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยในอดีตนั้น ดร.เสรี เล่าผ่านบทสนทนาในเรื่องว่า ผู้แสดงจำเป็นต้องมีท่วงท่าในการร่ายรำที่สวย สง่างาม ตามแบบนางรำซึ่งต้องมีการฝึกฝนและจำจดท่ารำในรูปแบบต่างๆ ในยุคต่อมา เล่าถึงการแสดงโชว์ก็ต้องใช้ความสามารถในการแต่งหน้า รวมถึงพัฒนาบุคลิกภาพทักษะการลิปซิงค์ (lip-syncing) ให้เหมือนกับนักแสดงหรือดาราในระดับฮอลลีวูด คุณเดย์ ได้รับฉายาว่า “มารายห์ แครี่ เมืองไทย” โดยสถานที่แสดงนั้นคือร้านประจำ และเมื่ออยู่บนเวทีนั้น ต้องทำให้ผู้ชมเชื่อว่าตนเองเป็นดาราคนนั้นจริงๆ การที่จะลงจากเวทีไปเล่นกับผู้ชมหรือรับทิปจากผู้ชมจึงไม่สามารถทำได้ จนบางครั้งถูกมองว่าหยิ่ง แต่เพื่อรักษาคุณภาพของการแสดงคุณเดย์และนักแสดงในยุดนั้นจึงต้องยอม แตกต่างจากยุคปัจจุบันที่การแสดงโชว์นั้น มีตัวช่วย เช่น เครื่องสำอาง วิก เสื้อผ้า เป็นต้น ที่สามารถซื้อหาได้ง่ายมากขึ้น มาทำการแสดงมีสีสันต์และเข้าถึงผู้ชมได้มากกว่าในอดีต และสามารถเดินทางไปโชว์ในสถานบันเทิงต่างๆ ได้หลายที่ภายใน 1 คืน

กะเทยกับความรัก รูปแบบความรักของคุณเดย์ไม่แตกต่างจากความรักโดยทั่วไป ที่มีทั้งสุขและทุกข์ หากเรามองย้อนกลับไปเมื่อในอดีต จะเห็นได้ว่าความรักของคนข้ามเพศ ต้องเผชิญความท้าทายจากทางสังคมและวัฒนธรรม การยอมรับจากครอบครัว อีกทั้งกฎหมายก็ยังไม่รองรับการแต่งงานของคนข้ามเพศ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ดิฉันรู้สึกได้ คือ ฉากที่คุณเดย์เล่าถึงเรื่องราวของความรักกับคู่ชีวิตของเธอ ที่มีทั้งช่วงเวลาของความสุขแลความเศร้า จนกระทั้งเมื่อไม่สามารถประคับประคองความรักต่อไปได้ คุณเดย์กล้าเผชิญความจริง มองว่ารักตามที่มันเป็นไป ในเมื่อไม่สามารถรักต่อไปได้ การตัดสินใจยุติความรัก จึงเป็นเรื่องที่กล้าหาญ และทำให้คุณเดย์พบกับความรักครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งนั้น คือ ความรักที่มีต่อลูกของเธอ

กะเทยกับความเป็นแม่ คุณเดย์ และคุณชนานา นุตาคม (ดี้) ได้ถ่ายทอดผ่านการแสดงและบทเพลง ถึงความท้าทายในการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องรับบทบาทในการเลี้ยงดูครอบครัว และทั้งคู่ได้พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่า แท้ที่จริงแล้ว “ความเป็นแม่” และการเลี้ยงดูลูก นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพศ หากแต่เป็นเรื่องของความรับผิดชอบและการทำบทบาทหน้าที่ในการดูแลครอบครัวต่างหาก ดิฉันยอมรับว่าฉากที่คุณเดย์เลือกเสียสละในอาชีพที่ตนเองรักนั้นคือ การแสดงคาบาเร่โชว์ เพราะต้องการมีเวลาได้เลี้ยงดูลูกของเธอ เป็นฉากที่เรียกน้ำตาจากผู้ชมและสร้าง
ความประทับใจ

ตลอดระยะเวลาประมาณ 90 นาทีของการแสดงได้สะท้อน 2 เรื่องหลักๆ สำคัญ คือ “ความภาคภูมิใจ และการยอมรับตนเอง” ไม่ว่าคุณจะเป็นเพศสภาพใด การยอมรับตนเองถือเป็นบันไดขั้นแรก อันนำไปสู่ความภาคภูมิใจซึ่งจะทำให้เราสามารถก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ ได้ อีกทั้งไม่ว่าคุณจะประกอบอาชีพอะไรจะเป็นช่างแต่งหน้าหรือคาบาเร่โชว์ เป็นต้น แต่ละอาชีพต่างมีคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นคนที่เท่าเทียมกัน

ดิฉันอาจจะเขียนบอกเล่าถึงความประทับใจจากการชม “Day Young Show” ได้ไม่ทั้งหมด ดังนั้น หากท่านมีเวลาดิฉันขอชวนทุกท่านไปสัมผัสแสดงดังกล่าวด้วยตัวท่านเอง โดยการแสดงดังกล่าวจัดขึ้นที่โรงละครเอ็ม เธียเตอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ (เอกมัย-ทองหล่อ), กรุงเทพมหานคร อ่านรายละเอียดได้ที่ http://www.thaiticketmajor.com/performance/day-young-show-2016-th.html ท้ายนี้ดิฉันขอขอบคุณคุณกอล์ฟ (ทิพย์อัปสร ศศิตระกูล) และคุณเมี้ยว (ดนัย ลินจงรัตน์) จากสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทยที่ชวนไปร่วมชมการแสดงที่น่าประทับใจดังกล่าวคะ

 

2016-07-14
Hits: 2056

สื่อมวลชนกับการนำเสนอที่เคารพต่อกะเทย/คนข้ามเพศ

สื่อมวลชนกับการนำเสนอที่เคารพต่อกะเทย/คนข้ามเพศ
เจษฎา แต้สมบัติ*

จากกรณีของพิธีกรรายการเจาะลึกทั่วไทย (Inside Thailand) สถานีข่าวสปริงนิวส์ ทีวีดิจิตอล ช่อง19 ที่ได้นำเสนอกรณีของคุณต้องตา (คนข้ามเพศ) ที่เป็นข้าราชการครู กับการประกวดมิสทิฟฟานี่ 2016 นั้น

กรณีดังกล่าวได้สร้างให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการนำเสนอของสื่อว่าไม่มีความละเอียดอ่อนต่อเพศสภาพ จนกระทั่งได้มีการออกมาออกแถลงการณ์ขออภัยในกรณีดังกล่าว ในฐานะคนทำงานเพื่อเป็นแปลงสังคมในมิติเรื่องความเป็นธรรมทางเพศนั้น ต้องขอชื่นชมกับการออกมาแสดงความรับผิดชอบดังกล่าวค่ะ

การนำเสนอข่าวในประเด็นกะเทย สาวประเภทสองและคนข้ามเพศ นั้นสื่อมวลชนไทยควรมีความละเอียดอ่อนทั้งในการนำเสนอ การเขียนข่าวและการเผยแพร่ เพื่อสร้างให้เกิดการเคารพต่อบุคคลกล่าว โดยมีข้อเสนอแนะ ดังนี้

1.ไม่ควรใช้คำนำหน้านาม “นาย” ควรไม่ระบุคำนำหน้า หรือหากต้องการระบุให้ใช้คำว่า “คุณ”

2.ไม่ควรใช้สรรพนามว่า “เขา” ควรใช้สรรพนามว่า “เธอ”

3.ไม่ควรนำเอาเรื่องการเปลี่ยนแปลงร่างกาย การทำศัลยกรรมเป็นเนื้อหาสาระหลักในการนำเสนอ หรือตั้งคำถาม เช่น “แปลงเพศแล้วหรือยัง” “ทำไมเหมือนผู้หญิงจัง” เป็นต้น

4.ไม่ควรนำเสนอด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่แสดงความแปลกประหลาด เช่น “ผู้ชายสวย” “ไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายจะสวยกว่าผู้หญิง” เป็นต้น

5.ผู้สื่อข่าวไม่ควรเอารสนิยมทางเพศของตนเองมาตัดสินหรือให้คุณค่าต่อคนข้ามเพศ เช่น “ผมชายแท้ไม่มีอารมณ์กับผู้ชายที่สวยหรือกะเทยหรอก” เป็นต้น

หากสื่อมวลชนมีการนำเสนอเรื่องกะเทย/คนข้ามเพศอย่างเคารพและเข้าใจในฐานะมนุษย์คนหนึ่งจะสร้างให้เกิดการยอมรับและการเปลี่ยนแปลงสังคมให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพในการทำงานอีกด้วย

เรื่องเพศ เพศสภาพ และเพศวิถี เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเรียนรู้
เพราะความไม่รู้อาจจะสร้างให้เกิดอคติและความเกลียดชังทางเพศ
ชวนมาเรียนรู้และสร้างความเข้าใจเรื่องกะเทย/คนข้ามเพศกับเรา
เครือข่ายเพื่อนกะเทยไทยนะคะ

*ผู้อำนวยการ โครงการจัดตั้งมูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน

TransonMedia

2016-03-14
Hits: 2588

สิ่งที่ผู้ชายควรรู้ เมื่อเดทกับกะเทย/สาวประเภทสอง

translover2สิ่งที่ผู้ชายควรรู้ เมื่อเดทกับกะเทย/สาวประเภทสอง
เจษฎา แต้สมบัติ
เครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย

ดิฉันมานั่งนึกถึงสมัยเป็นกะเทยเด็กน้อยที่ในช่วงวันแห่งความรัก จะเลือกเอาหนังสือ How to... เกี่ยวกับความรักมานั่งอ่าน เช่น การออกเดท การเลือกของวัญ การเลือกร้านอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่ผู้เขียนก็มักคำนึงถึงรูปแบบความรักของผู้หญิงและผู้ชายเป็นหลัก แล้วรูปแบบการออกเดทของกะเทย/สาวประเภทสอง/คนข้ามเพศ กลับไม่ได้มีการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจในสังคม ทำให้ผู้ชายที่มาออกเดทกับกะเทยไม่รู้จะวางตัวอย่างไร พูดจาอย่างไร ทำให้เกิดสูญกาศ (Death air) กันไป

เนื่องในเทศกาลวาเลนไทน์นี้ ดิฉันในฐานะที่ผ่านประสบการณ์ความรักบ้าง ช้ำบ้าง จะขอนำประสบการณ์ความรักของตนเองซึ่งเป็นรักต่างเพศและมีคู่รักที่นิยามตนเองว่าเป็นผู้ชายผนวกกับประสบการณ์ทำงานเรื่องสิทธิของกะเทย/สาวประเภทสอง/คนข้ามเพศ มาแบ่งปันกับหนุ่มๆ ที่จะออกเดทกับกะเทยนะคะ ในความเป็นจริงของสังคมนั้น รูปแบบความรักของกะเทยนั้นไม่ได้มีคู่รักเพียงผู้ชายเท่านั้น เราจะพบรูปแบบความรักที่หลากหลายและไม่จำกัดที่เพศค่ะ

เรามาดูกันว่าในการออกเดทนั้นคุณผู้ชายต้องคำนึงถึงเรื่องใดบ้าง นั้นคือ

การปรับและเปลี่ยนความคิดอคติ การปรับและจูนความคิดที่มีอคติ นั้นคือ กะเทยเก่งและหมกหมุ่นในเรื่องเพศ, กะเทยต้องเลี้ยงผู้ชาย, กะเทยสามารถมีเพศสัมพันธ์กับใครก็ได้ และกะเทยเป็นวัถตุทางเพศ ฯลฯ ทัศนคติดังกล่าวส่งผลให้นำไปสู่พฤติกรรมและการกระทำที่เป็นการคุกคามและล่วงละเมิดทางเพศ อีกทั้งคุณไม่เหมารวมว่ากะเทยทุกคนจะเป็นเหมือนกันทั้งหมด วิธีที่ง่ายที่สุดในการปรับความคิด นั้นคือ ให้มองว่า “กะเทยก็คือผู้หญิงคนหนึ่ง” ให้ปฏิบัติกับเราอย่างเคารพเท่านั้นเอง

การสื่อสาร เป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้เดทของคุณผู้ชายจะ “รุ่ง” หรือ “ร่วง” การสร้างบทสนทนา เช่น คำถามต่างๆ ที่คุณควรหลีกเลี่ยง นั้นคือ

1) คำถามที่เกี่ยวกับเนื้อตัวร่างก่าย เช่น เป็นกะเทยมานานหรือยัง? ทำไมถึงเป็น? แปลงเพศหรือยัง? ทำหน้าอกหรือยัง? ทำศัลยกรรมอะไรมาบ้าง? ทำศัลยกรรมที่ไหน? มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง? และทำศัลยกรรมแล้วเป็นรู้สึกอย่างไร? เพราะการที่คุณถามคำถามเกี่ยวร่างกายกับคู่ของคุณนั้น ทำให้คู่ของคุณคิดได้ว่าคุณสนใจเธอแค่เพียงร่างกาย แต่ไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกหรือจิตใจเลย แม้ว่าคุณจะสงสัยหรือข้องใจจริงๆ ก็ตาม อันนี้ดิฉันเข้าใจเพราะเรื่องดังกล่าวไม่เคยมีการบอกการสอนกันมาก่อน แต่อยากให้คุณผู้ชายหาเวลาช่วงอื่นและค่อยๆ ถามอย่างสุภาพจะเหมาะสมกว่านะคะ

2) คำถามเกี่ยวกับครอบครัวและญาติ คุณผู้ชายต้องเข้าใจว่ากะเทยบางคนไม่ได้รับการยอมรับจากครอบครัวและญาติพี่น้อง จากงานวิจัยพบว่าร้อยละ 38.4 กะเทยถูกความรุนแรงจากครอบครัว มากที่สุด คือ การด่าทอ เสียดสี ประชดประชัน ทำร้ายทุบตี บังคับให้กลับมาเป็นเพศตามที่สังคมคาดหวัง (รณภูมิ สามัคคีคารมย์, 2556) ดังนั้น คุณควรหลี่กเลี่ยง คำถาม เช่น ครอบครัวรับได้ไหม? ทำไมครอบครัวถึงไม่ยอมรับ? พ่อแม่รู้สึกอย่างไรเมื่อรู้ว่าเป็นกะเทย/สาวประเภทสอง/คนข้ามเพศ? และครอบครัวรู้เมื่อไรว่าเป็นกะเทย/สาวประเภทสอง/คนข้ามเพศ? เป็นต้น การตั้งคำถามในลักษณะดังกล่าว อาจจะเป็นการเปิดแผลทำให้คู่ รู้สึกเสียใจเมื่อต้องนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต ดิฉันว่าคุณคงไม่อยากจะเห็นคนที่คุณรักเสียน้ำตาใช่ไหมคะ ดังนั้น ขอให้เลี่ยงคำถามดังกล่าวคะ

เดทครั้งนี้ใครจ่าย อันนี้ขึ้นอยู่กับข้อตกลงและความสะดวกใจของแต่ละคู่ แต่อย่างที่ดิฉันบอกไปว่าคุณผู้ชายต้องไม่คิดว่า “กะเทยต้องเลี้ยงผู้ชาย” เพราะความคิดดังกล่าวมาจากอคติและอยู่บนฐานของการแสวงหาผลประโยชน์มากกว่าความรัก สำหรับตัวดิฉันนั้นบอกกับคู่เลยว่าเราขอแชร์นะคะ ไม่ต้องเลี้ยง เพราะโดยส่วนตัวไม่ได้คาดหวังให้คุณผู้ชายมาเลี้ยง เพราะเราก็เลี้ยงตัวเองได้ และมองว่าเป็นการสร้างบรรทัดฐานของความสัมพันธ์ที่เท่าเทียมและไม่เอารัดเอาเปรียบ แต่บางครั้งเขาอยากเลี้ยงดิฉันก็โอเค เพราะเป็นความต้องการของเขา แต่ก็จะบอกว่าครั้งหน้าดิฉันเลี้ยงนะ

ดิฉันคิดว่าแนวทางข้างต้นน่าจะเป็นแนวทางให้คุณผู้ชายได้นะคะ รูปแบบความรักระหว่างคุณและคู่อาจจะไม่ได้เป็นไปตามที่สังคมคาดหวัง แต่มันไม่ใช่เรื่องที่ผิดและไม่ควรนำมาตัดสินว่าจะไม่มั่นคงและยังยืนเหมือนคู่อื่นๆ สุดท้ายดิฉันขอเป็นกำลังใจให้ในทุกรูปแบบของความรักนะคะ

2016-02-13
Hits: 3346

กะเทยไทย : การประชุมสุขภาพของคนข้ามเพศครั้งที่ 14

กะเทยไทย : การประชุมสุขภาพของคนข้ามเพศประเทศอเมริกาครั้งที่ 14

ดอย ฐิติญานันท์ หนักป้อ
ผู้อำนวยการมูลนิธิซิสเตอร์และคณะทำงานเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย


ไปประชุมสุขภาพของคนข้ามเพศอเมริกาครั้งที่ 14 ได้อย่างไร

ตนเองได้รับการเสนอชื่อจากทางคณะทำงานเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย อีกทั้งตนเองมีเป็นนักกิจกรรมทำงานในประเด็นสิทธิมนุษยชน หัวข้อการประชุมดังกล่าวมีความน่าสนใจและคิดว่าสอดคล้องกับงานที่ตนเองทำในฐานะผู้อำนวยการมูลนิธิซิสเตอร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสิทธิด้านเอดส์และสิทธิสุขภาพของคนข้ามเพศ จึงได้สนใจเข้าร่วมและแจ้งความจำนวนเพื่อการเข้าร่วมการประชุมนี้รวมถึงเป็นโอกาสที่ดี ที่ตนเองได้นำการทำงานในระดับนโยบายของเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย และการทำงานในพื้นที่พัทยาของมูลนิธิซิสเตอร์ไปนำเสนอและแลกเปลี่ยนกับนานาชาติ ในการประชุมสุขภาพของคนข้ามเพศอเมริกาครั้งที่ 14 ณ เมืองฟิลาเดเฟีย รัฐเพนซิเวเนีย สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 4-6 มิถุนายน 2558

2015-07-20
Hits: 1604
Copyright © 2015 The Foundation of Transgender Alliance for Human Rights
มูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยเพื่อสิทธิมนุษยชน (The Foundation of Thai Transgender Alliance for Human Rights)
C/O ศูนย์ศึกษานโยบายสาธารณสุขสวัสดิการและสังคม เลขที่ 25/25 ชั้น 3 อาคารคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170 โทรสาร 0-2441-9184, 0-2441-9515 ต่อ 112 (แฟกซ์อัตโนมัติ) Email: thaitga@ gmail.com