การประชุมวิชาการเพศวิถีศึกษา ครั้งที่ 3
Last Updated on Tuesday, 05 July 2011 Written by Administrator Tuesday, 05 July 2011
![]() |
การประชุมวิชาการเพศวิถีศึกษา ครั้งที่ 3
วันที่ 15-16 กันยายน 2554
การรับสมัคร
สำหรับผู้ต้องการส่งบทความ
- ปิดรับสมัคร วันที่ 15 สิงหาคม 2554
- ประกาศผลบทความที่ได้รับการคัดเลือก วันที่ 25 สิงหาคม 2554
- สำหรับบทความที่ได้รับคัดเลือก ต้องส่งบทความฉบับเต็ม ภายในวันที่ 10 กันยายน 2554
สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมประชุมวิชาการ
สมัครออนไลน์ ได้ทางเว็บไซต์ www.ssa.ipsr.mahidol.ac.th
Download แบบฟอร์มการลงทะเบียน ส่งมายัง email: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it หรือทางโทรสาร 02 441 9333
อัตราค่าลงทะเบียน
| ประเภท | ภายในวันที่ 1 กันยายน 2554 | ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2554 |
| บุคคลทั่วไป | 700 บาท | 800 บาท |
| นักศึกษาปริญญาเอก – โท | 400 บาท | 500 บาท |
| นักศึกษาปริญญาตรี | 200 บาท | 250 บาท |
หมายเหตุ
1) ข้าราชการ หรือ บุคคลทั่วไป สามารถเบิกจ่ายได้จากต้นสังกัด
2) นักศึกษาโปรดแสดงหลักฐานสถานภาพนักศึกษาด้วย
การชำระค่าลงทะเบียน
ชำระเงินสด ที่สถาบันฯ ติดต่อคุณสมเกียรติ ทวีสิทธิ์ (บอล)
โทรศัพท์ 0-2441-0201-4 ต่อ 526 หรือ 084-415-4333
เข้าบัญชีธนาคาร
ชื่อบัญชี “สมาคมเพศวิถีศึกษา”
เลขที่บัญชีเลขที่ 333-235164-6 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด สาขามหาวิทยาลัยมหิดล
กรุณาส่งใบลงทะเบียนและหลักฐานการโอนเงินมาตามที่อยู่นี้
ติดต่อ คณะทำงานจัดประชุมวิชาการเพศวิถีศึกษา ครั้งที่ 3
คุณสมเกียรติ ทวีสิทธิ์ (บอล)
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
ถ.พุทธมณฑลสาย 4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-0201 - 4 โทรสาร : 0-2441-9333
หัวข้อย่อยในการประชุม
1. จุดเปลี่ยนทางญาณวิทยาในเพศวิถีศึกษา
ญาณวิทยา (Epistemology) เป็นรากเหง้าที่สำคัญของการคิดและการสร้างความจริงเกี่ยวกับเรื่องเพศ ดังนั้น ถ้ามีทบทวนความรู้เรื่องเพศว่าถูกสร้างขึ้นจากแนวคิดทฤษฎีอะไรก็จะช่วยให้เข้าใจว่าความจริงเกี่ยวกับเพศภาวะและเพศวิถีที่แพร่หลายในสังคม มีการเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างไรและส่งผลอะไรบ้างต่อกลุ่มคนต่างๆ ในที่นี้จะให้ความสำคัญกับการทบทวนญาณวิทยาตามประเด็นย่อยดังนี้
1.1ทฤษฎี Feminism ในการอธิบายเรื่องเพศภาวะและเพศวิถี
1.2ทฤษฎีเควียร์ ในการอธิบายเรื่องเพศภาวะและเพศวิถี
1.3การวิพากษ์ทฤษฎี Feminism และ Queer
1.4การประยุกต์ใช้ทฤษฎี Feminism และ Queer ในบริบทสังคมไทย
2. การเคลื่อนไหวทางสังคมว่าด้วยสิทธิทางเพศ
ในปัจจุบันเกิดการเคลื่อนไหวทางสังคมมีรูปแบบใหม่ๆ ที่หลากหลาย ทั้งในระดับปัจเจกและในระดับกลุ่มคน ซึ่งใช้วิธีการที่แตกต่างกัน เช่น ใช้สื่อสมัยใหม่ เครือข่ายสังคมออนไลน์ หรือรวมตัวทำกิจกรรมทางสังคม แต่การเคลื่อนไหวทางสังคมมีจุดร่วมเดียวกันคือการเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนความคิด หรือปฏิบัติการที่มีผลต่อเรื่องสิทธิและเสรีภาพในการแสดงตัวตนทางเพศ ความรู้สึกทางเพศ หรือพฤติกรรมทางเพศ
3. คิดและมองเรื่องเพศเชิงบวก
เท่าที่ผ่านมาเรื่องเพศ และกามารมณ์ถูกมองว่าเป็นเรื่องสกปรก น่าเกลียด น่าขยะแขยง หรือไม่ควรนำมาพูดในที่สาธารณะเพราะเป็นเรื่องต้องห้าม ทำให้การพูดเรื่องเซ็กส์หรือเรื่องกามารมณ์ถูกมองในแง่ลบ และเป็นการตีตราให้เรื่องเพศเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ ดังนั้น ถ้ามีการมองเรื่องเพศและกามารมณ์ในเชิงบวกจะช่วยให้เข้าใจความซับซ้อนของการแสดงความรู้สึกทางเพศของมนุษย์ และเป็นจุดเปลี่ยนที่จะช่วยให้เกิดการพูดเรื่องเพศในที่สาธาณะเป็นสิ่งที่ทำได้
4. บูรณาการเพศภาวะเพศวิถีและสุขภาวะทางเพศเข้าสู่ระบบบริการสังคมและสาธารณะ
ในทางปฏิบัติที่เกิดขึ้นในระบบบริการสังคมและสาธารณะ กลุ่มคนที่มีเพศนอกรอบ เช่น เกย์ กะเทย สาวประเภทสอง ฯลฯ มักจะได้รับการเลือกปฏิบัติ ถูกปฏิบัติอย่างมีอคติ และไม่มีความเท่าเทียม เพราะเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการยังมีทัศนคติเชิงลบต่อคนกลุ่มนี้ ดังนั้นการเปลี่ยนความคิดในเรื่องเพศภาวะและเพศวิถีอาจทำให้การบริการของเจ้าหน้าที่ตอบสนองกลุ่มคนเหล่านี้ได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพและสวัสดิการทางสังคม
5. การฟื้นฟูจิตวิญญาณเรื่องเพศภาวะและเพศวิถี
มนุษย์มักจะมองเรื่องเพศภายใต้วิธีคิดแบบใดแบบหนึ่ง ซึ่งมีการจัดประเภทและลำดับชั้นที่ไม่เท่าเทียม เกิดการกดทับเพศบางแบบ และยกย่องเพศบางแบบ เช่น เพศชายถูกให้คุณค่ามากกว่าเพศหญิง เพศหญิงถูกมองว่าอ่อนแอ เพศชายถูกมองว่าเข้มแข็ง วิธีคิดดังกล่าวนี้มีผลต่อบุคคลในการที่จะนิยามตัวเองว่าเป็นใคร ดังนั้น ถ้าหากเปลี่ยนความคิดและทำลายมายาคติเกี่ยวกับการแบ่งแยกทางเพศ ก็อาจทำให้บุคคลหลุดออกจากรอบและมองดูตัวตนทางเพศที่ปราศจากการจัดลำดับชั้น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญต่อการสร้างพลังในการท้าทายเพศกระแสหลักที่ครอบงำสถาบันทางสังคมไม่ว่าจะเป็น ศาสนา การเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม
6. เรื่องเพศในสื่อ
สื่อกระแสหลักในสังคมไทยมักจะสร้างภาพตัวแทนและนำเสนอเรื่องเพศอย่างมีอคติ มีการตีตราคนบางประเภท ทำให้เกิดการรังเกียจดูหมิ่นเหยียดหยาม สื่อจึงมีบทบาทสำคัญที่จะทำให้อคติเหล่านี้แผ่ขยายกว้างออกไป ถ้าหากมีการรื้อทำลายวิธีคิดเชิงลบในสื่อประเภทต่างๆ และส่งเสริมให้สื่อเข้าใจเรื่องเพศภาวะและเพศวิถีในเชิงบวก ก็จะช่วยให้สังคมมีทัศนคติเชิงบวกต่อกลุ่มคนที่มีอัตลักษณ์ทางเพศที่ต่างไปจากชายและหญิงมากขึ้น
7. เพศวิถีตามช่วงวัย
สังคมไทยเป็นสังคมที่มีการควบคุมพฤติกรรมทางเพศของบุคคลที่วัยต่างๆที่แตกต่างกัน จะมีคนบางกลุ่มเท่านั้นที่สามารถแสดงออกทางเพศได้อิสระ เช่น ผู้ใหญ่ที่บรรลุนิติภาวะ แต่มีคนอีกหลายกลุ่มไม่สามารถแสดงความรู้สึกทางเพศได้ เช่น เด็ก คนสูงอายุ คนพิการ ฯลฯ สังคมไทยยังไม่เข้าใจอารมณ์ทางเพศของคนที่มีวัยแตกต่างกัน ดังนั้น ถ้าเปิดพื้นที่ให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางเพศของคนต่างวัยก็จะทำให้เห็นความหลากหลายในเพศวิถีของมนุษย์มากยิ่งขึ้น
| Poster |
![]() |
| Brochure |
![]() |
![]() |
อ่านรายละเอียดเพิมเติมที่ http://www.ssa.ipsr.mahidol.ac.th/
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.ssa.ipsr.mahidol.ac.th/







