ผู้ร่วมก่อตั้งเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย
Last Updated on Tuesday, 17 May 2011 Written by Administrator Sunday, 05 September 2010
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
ปาณิสรา (ปอย) สกุลพิชัยรัตน์ ปัจจุบันทำงานในตำแหน่งผู้ประสานงาน ของโครงการจัดตั้งมูลนิธิเพื่อสิทธิความหลากหลายทางเพศ เคยทำงานในตำแหน่งเลขานุการทีมวิจัยสังคมและชุมชน ของศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ซึ่งเป็นการดำเนินงานเชิงรณรงค์ภายในชุมชนทั้งแง่ของอนามัยเจริญพันธุ์ เพศภาวะกับเพศวิถี การป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีและประเด็นอื่นๆทางสังคม รวมถึงการสนับสนุนงานวิจัยต่างๆของฝ่ายบริการวิชาการด้วย จากนั้นจึงได้ร่วมงานกับสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย ในตำแหน่งผู้ประสานงานโครงการรณรงค์ป้องกันการติดเชื้อรายใหม่ในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและกะเทย/สาวประเภทสอง โดยที่ผ่านมาได้เคยร่วมรณรงค์ผลักดันประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน ร่วมกับชุมชนและองค์กรต่างๆ จึงเกิดความสนใจในประเด็นนี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุมชนกะเทย |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|





กนกพร สุขประเสริฐ (โหน่ง) กำลังศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาลัยรามคำแหง ปัจจุบันร่วมงานกับมูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ (SWING) เป็นองค์กรพัฒนาเอกชน เพื่อพนักงานบริการ สนใจการทำงานขององค์กรพัฒนาเอกชน ในประเด็นการสร้างความเข้มแข็ง การสร้างและขยายพื้นที่ในสังคม และความสามารถเข้าถึงกลุ่มรากหญ้า
คทาวุธ เคท ครั้งพิบูลย์ กำลังศึกษาปริญญาโททางสังคมสงเคราะห์ ด้านการวิจัยทางสังคมสงเคราะห์ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปัจจุบันทำงานเป็นผู้ช่วยนักวิจัยด้านเด็ก เยาวชนและครอบครัวในหลายหน่วยงาน ของรัฐบาลที่ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเป็นคณะทำงานของเครือข่ายเพื่อนกระเทยไทย ที่ผ่านมาเคยเข้าร่วมงานกิจกรรมอาสาที่เกี่ยวกับเด็กและเยาวชนมา อย่างต่อเนื่องรวมทั้งการศึกษาเกี่ยวกับสตรีศึกษา และความหลากหลายทางเพศทั้งการอบรมและ สัมมนา มีความสนใจในงานสังคมสงเคราะห์และงานสวัสดิการสังคมที่เชื่อมโยง ไปสู่การสร้างการพัฒนาผู้คนในสังคม และประเด็นเฉพาะที่สนใจคือการพัฒนา ความรู้ความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศในการทำงานวิชาชีพ สังคมสงเคราะห์และการพัฒนาเด็ก เยาวชนและครอบครัว
ฐิติญานันท์ หนักป้อ (ดอย) นักกิจกรรมสาวปรเภทสอง Mplus Chiangmai จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้เชียงใหม่ แล้วเข้าทำงานในธนาคารแห่งหนึ่งจนมารู้ว่างานนี้ไม่เหมาะกับงาน เอกสาร และคิดว่างานของตนน่าจะเป็นงานที่เกี่ยวกับคน และช่วยเหลือสังคมมากกว่า จึงได้เข้ามาทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ ฝ่ายกิจกรรมสาวประเภทสอง เอ็มพลัส เชียงใหม่ รับผิดชอบและดูแลงาน สาวประเภทสองในข่าย PCM จังหวัด มีโอกาสได้ทำงานเฉพาะกับน้องๆ TGSW (Transgender sex wroker) ในเขตเมืองเชียงใหม่เป็นหลัก เน้นเรื่อง HIV Prevention, สิทธิ, และมีความสนใจในการทำงานระดับเครือข่ายและAdvocacy อยากที่จะทำงานด้านสิทธิมนุษยชนเพราะเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับ การดำรงชีวิตของตนเองและขณะเดียวกันอยากให้เพื่อน ๆ กะเทย หรือสาวประเภทสองได้มีสิทธิและโอกาสเท่าเทียมทุกเพศในสังคมไทย ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่ยากและต้องใช้เวลา แต่มันก็เป็นความท้าทายมากทีเดียว ทำให้ตนเองรู้สึกว่าทุกวันนี้สิ่งที่ ฉันทำนั้นไม่ใช่งาน แต่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว...รวม ถึงเมื่อมองไปรอบ ๆ ยังมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์เดียวกันที่พร้อมจะก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน สรรสร้างเพื่อสิ่งที่ดีกว่าเสมอ...
นาดา ไชยจิตต์ (กุล) ปัจจุบันทำงานตำแหน่งเจ้าหน้าที่พัฒนาโครงการ องค์กร Bridges Across Border Southeast Asia Community Legal Education เริ่มต้นการเป็นนักกิจกรรมเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนของคนข้ามเพศ จากการยอมรับตัวตนทางเพศของตนเองในฐานะ "กะเทย" คนหนึ่ง ด้วยการสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกชุมชนออนไลน์ www.thailadyboyz.net (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น www.tlbz.net) เธอได้มีโอกาสพัฒนาศักยภาพจากสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทยจนกลายเป็นหนึ่งในแกนนำ ขับเคลื่อนนโยบาย กฎหมายที่เกี่ยวกับคนข้ามเพศ เช่น กฎหมายข่มขืน พระราชบัญญัติคำนำหน้านาม เป็นต้น จนได้รับโอกาสเดินทางไปบรรยายในชั้นเรียนวิชาความหลากหลายทางเพศ ของ Dr.Sam Winter แห่งมหาวิทยาลัยฮ่องกง เส้นทางการทำงานสายนักกิจกรรมของ เธอเปิดกว้างมากขึ้นจากการได้รับการสนับสนุนจากแผนงานสร้างเสริมสุข ภาวะทางเพศ มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง รายงานสถานการณ์ปัญหาด้านสุขภาวะทางเพศของผู้หญิงข้ามเพศในประเทศไทย เธอยังคงทำงานในฐานะอาสาสมัคร แกนนำผู้หญิงข้ามเพศให้กับองค์กร Mplus เชียงใหม่ ด้วยการสนับสนุนด้านเทคนิค การทำสื่อการ์ตูนภาพเคลื่อนไหว ร่วมกับ ฐิติญานันท์ หนักป้อ แกนนำสาวประเภทสองระดับแนวหน้าของจังหวัดเชียงใหม่ ความตั้งใจในการพัฒนาเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทยของเธอ เพื่อพัฒนาสื่อเพื่อการเข้าถึงสิทธิมนุษยชน สิทธิด้านสุขภาพ และความเท่าเทียมทางสังคมของคนข้ามเพศจากชายเป็นหญิง ไม่ว่าจะนิยามตัวตนทางเพศอย่างไรก็ตาม โดยอาศัยแนวทาง"สุขภาวะทางเพศ" เป็นเครื่องมือสำคัญ
เจษฎา แต้สมบัติ (โน๊ต) กำลังศึกษาระดับปริญญาโท สาขาสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ปัจจุบันเป็นผู้ประสานงาน เครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย, ตัวแทนเยาวชนคนข้ามเพศ (Transgender Youth (Male to Female) ของ Asia Pacific Transgender Network (APTN) และผู้ช่วยผู้ประสานงาน ภาคีความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงให้ด้านเพศภาวะ เพศวิถี และสุขภาพ (คอนซอร์เทียม) ที่ผ่านมาได้ร่วมทำงานกับสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย ในตำแหน่งผู้ประสานงานโครงการ โดยทำงานขับเคลื่อน เรื่องสิทธิมนุษยชนของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศร่วมกับคณะอนุกรรมการด้านการส่ง เสริมโอกาสและความเสมอภาพ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เครือข่ายความหลากหลายทางเพศ และมูลนิธิธีรนาถ กาญจนอักษร มีความสนใจการทำงานพัฒนาสังคมด้านสิทธิมนุษยชนในประเด็นบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ และการทำงานขับเคลื่อนและผลักดันกฎหมาย นโยบายต่างๆ เพื่อเกิดความตระหนักในสิทธิของตนเองและบุคคลอื่นของคนในสังคม และชนกลุ่มน้อยต่างๆ รวมถึงบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ เพื่อเกิดความเท่าเทียมอย่างแท้จริงของคนทุกกลุ่มในสังคม
ปาณิสรา (ปอย) สกุลพิชัยรัตน์ ปัจจุบันทำงานในตำแหน่งผู้ประสานงาน ของโครงการจัดตั้งมูลนิธิเพื่อสิทธิความหลากหลายทางเพศ เคยทำงานในตำแหน่งเลขานุการทีมวิจัยสังคมและชุมชน ของศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ซึ่งเป็นการดำเนินงานเชิงรณรงค์ภายในชุมชนทั้งแง่ของอนามัยเจริญพันธุ์ เพศภาวะกับเพศวิถี การป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีและประเด็นอื่นๆทางสังคม รวมถึงการสนับสนุนงานวิจัยต่างๆของฝ่ายบริการวิชาการด้วย จากนั้นจึงได้ร่วมงานกับสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย ในตำแหน่งผู้ประสานงานโครงการรณรงค์ป้องกันการติดเชื้อรายใหม่ในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและกะเทย/สาวประเภทสอง โดยที่ผ่านมาได้เคยร่วมรณรงค์ผลักดันประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน ร่วมกับชุมชนและองค์กรต่างๆ จึงเกิดความสนใจในประเด็นนี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุมชนกะเทย
พรพิพัฒน์ โพธาสินธุ์ (วุ้นเส้น) ปัจจุบันกำลังทำงานบริษัท Yum Restaurants International ในตำแหน่ง พนักงานประจำ (FOH) ร้านพิซซ่าฮัท สาขา กาดสวนแก้ว จังหวัดเชียงใหม่ ประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมาเป็นอาสาสมัครของโครงการเพื่อชายรุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพ ตั้งแต่ปี 2547 ได้เข้ารับการอบรมค่ายทักษะแกนนำ และค่ายอาสาสมัคร และได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมต่าง เช่น แจกถุงยางอนามัย ให้ความรู้ จัดกิจกรรมเรื่องโรคเอดส์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ตามสถานศึกษาต่างๆ รวมทั้งได้ดำรงตำแหน่ง ผู้จัดการศูนย์การเรียนรู้ (Drop-in Center) ของสมาคมฟ้าสีรุ้ง ภูมิภาคล้านนา จังหวัดเชียงใหม่ ได้ผ่านกรอบรมเพิ่มเติมความรู้หลายอย่าง เช่น การอบรม SOP การอบรม RAMP การอบรมการเรียนรู้ การเข้าใจในเพศวิถีของตนเอง การร่วมกิจกรรมเสาร์ 21 การร่วมกิจกรรมงานวันเอดส์โลก และอื่นๆอีกมากมายที่เป็นประโยชน์ใน การทำงานด้านความหลากหลายทางเพศ มีความสนใจในงาน NGO ในด้านความหลากหลายทางเพศ การเข้าถึงสิทธิ ความเท่าเทียม ระหว่างชาย หญิง เกย์ และสาวประเภทสอง ในสังคมไทย การย้อมรับ ลดการตีตรา โดนอยากจะเน้นไปในกลุ่มของสาวประเภทสอง เริ่มจากจุดสำคัญตั้งแต่ การยอมรับ ทัศนคติ ของครอบครัวที่มีต่อสาว ประเภทสอง สังคม ลดการตีตรา สร้างความเข้าใจ สร้างกรอบความคิดที่ให้สังคมเข้าใจแลเกิดการยอมรับ ตั้งแต่ การเรียน การสมัครงาน และการดำรงชีวิจเฉกเช่นปกติเหมือนบุคคลทั่วไป การสร้างภาพลักษณ์หรือการนำเสนอของสื่อที่มีต่อสาวประเภทสองให้ เป็นไปตามความจริงและเห็นทั้งด้านบวกและด้านลบอย่างเท่าเทียวกันรวม ถึงการเลือกปฎิบัติ และ การแก้ตัวบทกฎหมายบางข้อที่มีผลกระทบต่อสาวประ เภทสองซึ่งอาจเป็นเรื่องที่ยากและท้าทายสำหรับการทำงานเครือข่าย เพื่อนกะเทยไทยนี้
“รัตนวัฒน์ (อู๋) จันทร์อำนวยสุข
สิทธิพันธ์ บุญญาภิสมภาร (ฮั้ว) เป็นนักกิจกรรมเพื่อการเปลี่ยนแปลง สังคม ที่เน้นการทำงานกับชุมชนกะเทยในประเด็นสิทธิมนุษยชน และสุขภาวะทางเพศ เธอเริ่มทำงานในสายงานนี้ในปี 2547 กับสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย ในตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงานกลางของสมาคมฯ หลังจากนั้นเธอก็เก็บเกี่ยว ประสบการณ์ในการทำงานกับองค์กรทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ เช่น เป็นหัวหน้าโครงการสาวประเภทสองที่ศูนย์ซิสเตอร์ พัทยา ภายใต้สังกัดของมูลนิธิพีเอสไอ ประเทศไทย, เป็นผู้ประสานงานโครงการชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายของมูลนิธิเพื่อ การวิจัยโรคเอดส์ หรือ TREAT Asia, amfAR และผู้ประสานงานเครือข่ายการทำงานด้านเอดส์กับกลุ่มชายที่ มีเพศสัมพันธ์กับชายระดับประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ชื่อ Purple Sky Network (PSN) เป็นต้น อีกทั้งเธอยังทำงานเป็นนักวิจัย และนักกิจกรรมอิสระ โดยได้ริเริ่มโครงการวิจัยและรณรงค์ในกลุ่มสาวประเภทสองในประเทศ ไทย ที่ทำร่วมกับศูนย์ศึกษานโยบายสาธารณสุข สวัสดิการและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล และได้รับการสนับสนุนงบประมาณโครงการจากมูลนิธิ สร้างความเข้าใจในเรื่องสุขภาพผู้หญิง (สคส.) โดยโครงการดังกล่าวได้เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเครือข่ายเพื่อน กะเทยไทย นอกจากความสนใจในเรื่องการทำงานในรูปแบบเครือข่ายภายในประเทศ เธอยังมีส่วนเกี่ยวข้องในการริเริ่มเครือข่าย Asia Pacific Transgender Network (APTN) ซึ่งเป็นเครือข่ายของทรานเจนเดอร์ในระดับเอเซียและแปซิฟิก และได้มีโอกาสเข้าร่วมเวทีประชุมในระดับนานาชาติจำนวนไม่น้อย เธอยังมีความสนใจในการทำงานเพื่อสืบสานแนวทางการเปลี่ยนแปลง สังคม ที่เริ่มจากการเปลี่ยนแปลงตนเอง และการพัฒนาด้านจิตวิญญาณแบบวิถีพุทธ เพื่อนำมาใช้ในการทำงานด้าน เพศวิถี และสุขภาวะทางเพศ และงานที่เธอเป็นอาสาสมัครกับองค์กรที่ทำงานกับคนที่มีความหลาก หลายทางเพศในประเทศไทย
อมรศา จารุพันธ์ (หนึ่ง) สำเร็จการศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปัจจุบันร่วมงานกับมูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ (SWING) เพื่อแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ในเรื่องของสุขภาพอนามัย การดูแลตนเอง รวมไปถึงการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นและช่วยเหลือกันเหมือนครอบครัว สนใจทำงานเพื่อพัฒนาสังคม เพราะเชื่อว่าคนอีกหลายกลุ่มคนยังคงต้องการการช่วยเหลือ เพื่อให้พวกเค้าเหล่านั้นสามาช่วยเหลือตนเองได้ เชื่อมั่นว่าเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทยจะสามารถให้ความช่วยเหลือเป็นที่พึ่งพิงกับกะไทยทุกแบบทุกคนในประเทศไทย